คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2544 ฉบับเต็ม

#35083
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 535/2544 นางนาถ โสทะหรือทาเอื้อ กับพวก โจทก์ นายถุงเงิน อภิเดช กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่าการรังวัดทำแผนที่พิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดิน จึงไม่เป็นไปตามคำท้านั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งและโดยชอบแล้วว่าศาลชั้นต้นบันทึกสรุปใจความการสอบถามถ้อยคำของ ธ. ช่างรังวัดอ่านให้ทุกฝ่ายฟัง และ ธ. ลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้ว กรณีจึงเชื่อได้ว่าศาลชั้นต้นจดบันทึกครบตามคำแถลงของ ธ. แล้ว และจากแผนที่พิพาทที่ ธ. ทำมาปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยนำชี้ว่าเป็นของจำเลยนั้นรุกล้ำเข้ามาในทางสาธารณะ จึงเป็นไปตามคำท้า จำเลยจึงต้องแพ้คดีดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเปิดทางและทำทางสาธารณประโยชน์ให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ตามเดิมโดยจำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่ายเองหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงท้ากันให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาท หากผลการรังวัดสอบเขตปรากฏว่าที่ดินจำเลยทั้งสองรุกล้ำเข้าไปในทางสาธารณประโยชน์ จำเลยทั้งสองขอยอมแพ้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเปิดทางและทำทางสาธารณประโยชน์ตามแนวกรอบเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทโดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่ายเองคำขออื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ปัญหาตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การรังวัดทำแผนที่พิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดินจึงไม่เป็นไปตามคำท้า นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งและโดยชอบแล้วว่า ในการสอบถามถ้อยคำของนายธเนศ ไชยเศรษฐสุนทรช่างรังวัด ย่อมจะต้องมีการซักถามโต้ตอบกันหลายประโยคกว่าที่จะได้ข้อสรุปและบันทึกไว้ มิใช่ว่าถามประโยคหนึ่งแล้วจะตอบประโยคหนึ่งให้ได้ใจความตามที่บันทึก ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นบันทึกข้อความดังกล่าวไว้ก็เป็นการสรุปจากใจความที่ซักถามโต้ตอบกัน เมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาและอ่านให้ทุกฝ่ายฟังแล้ว นายธเนศก็ได้ลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว กรณีจึงเชื่อได้ว่าศาลชั้นต้นได้จดบันทึกครบตามคำแถลงของนายธเนศแล้ว และจากแผนที่พิพาทที่นายธเนศทำมาปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยทั้งสองนำชี้ว่าเป็นของจำเลยทั้งสองนั้น รุกล้ำเข้ามาในทางสาธารณะ จึงเป็นไปตามคำท้า จำเลยทั้งสองจึงต้องแพ้คดี ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง (เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-วิชัย วิวิตเสวี-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35083
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067724"
    }
}
date
2544
deka_no
535/2544
deka_running_no
535
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนาถ โสทะหรือทาเอื้อ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายถุงเงิน อภิเดช กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเปิดทางและทำทางสาธารณประโยชน์ให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ตามเดิมโดยจำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่ายเองหากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างการสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงท้ากันให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินพิพาท หากผลการรังวัดสอบเขตปรากฏว่าที่ดินจำเลยทั้งสองรุกล้ำเข้าไปในทางสาธารณประโยชน์ จำเลยทั้งสองขอยอมแพ้

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเปิดทางและทำทางสาธารณประโยชน์ตามแนวกรอบเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทโดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่ายเองคำขออื่นของโจทก์ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ปัญหาตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การรังวัดทำแผนที่พิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดินจึงไม่เป็นไปตามคำท้า นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งและโดยชอบแล้วว่า ในการสอบถามถ้อยคำของนายธเนศ ไชยเศรษฐสุนทรช่างรังวัด ย่อมจะต้องมีการซักถามโต้ตอบกันหลายประโยคกว่าที่จะได้ข้อสรุปและบันทึกไว้ มิใช่ว่าถามประโยคหนึ่งแล้วจะตอบประโยคหนึ่งให้ได้ใจความตามที่บันทึก ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นบันทึกข้อความดังกล่าวไว้ก็เป็นการสรุปจากใจความที่ซักถามโต้ตอบกัน เมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาและอ่านให้ทุกฝ่ายฟังแล้ว นายธเนศก็ได้ลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว กรณีจึงเชื่อได้ว่าศาลชั้นต้นได้จดบันทึกครบตามคำแถลงของนายธเนศแล้ว และจากแผนที่พิพาทที่นายธเนศทำมาปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยทั้งสองนำชี้ว่าเป็นของจำเลยทั้งสองนั้น รุกล้ำเข้ามาในทางสาธารณะ จึงเป็นไปตามคำท้า จำเลยทั้งสองจึงต้องแพ้คดี ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"

พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001142.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544