คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2544 ฉบับเต็ม

#35092
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2544 นาง รสกรณ์ พรหมนิมิตร โจทก์ นาง ปิ่น บุญชัย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย จรัส บุญชัย ผู้ตาย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่า จ. ลงชื่อในสัญญากู้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่า โจทก์มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จ. ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของ จ. จึงฟังได้ว่า จ. ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้นปัญหาตามฎีกาของจำเลย จึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายจรัส บุญชัยผู้ตาย ชำระเงินที่ผู้ตายกู้ไปจากโจทก์จำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยท้ากันเรื่องลายมือชื่อผู้ตายว่าปลอมหรือไม่ ผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าไม่ใช่ลายมือชื่อปลอมจึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 355,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าไม่ใช่เรื่องคู่ความท้ากัน ยังต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่แล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 355,000บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538) ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่านายจรัสลงชื่อในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อรับฟังไม่ได้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า นายจรัสลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อนายจรัส ในสัญญากู้ยืมเงินกับลายมือชื่อในบัญชีลงเวลานักศึกษาช่องลายมือชื่อนายจรัสนั้น ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีนายปกรณ์ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าลายมือในบัญชีลงเวลานักศึกษาดังกล่าวเป็นลายมือนายจรัสจึงฟังได้ว่านายจรัสได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายกฎีกาจำเลย (วิชัย วิวิตเสวี-เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35092
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067512"
    }
}
date
2544
deka_no
637/2544
deka_running_no
637
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง รสกรณ์ พรหมนิมิตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ปิ่น บุญชัย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย จรัส บุญชัย ผู้ตาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายจรัส บุญชัยผู้ตาย ชำระเงินที่ผู้ตายกู้ไปจากโจทก์จำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยท้ากันเรื่องลายมือชื่อผู้ตายว่าปลอมหรือไม่ ผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าไม่ใช่ลายมือชื่อปลอมจึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 355,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าไม่ใช่เรื่องคู่ความท้ากัน ยังต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืน

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่แล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 355,000บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538) ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่านายจรัสลงชื่อในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อรับฟังไม่ได้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า นายจรัสลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อนายจรัส ในสัญญากู้ยืมเงินกับลายมือชื่อในบัญชีลงเวลานักศึกษาช่องลายมือชื่อนายจรัสนั้น ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีนายปกรณ์ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าลายมือในบัญชีลงเวลานักศึกษาดังกล่าวเป็นลายมือนายจรัสจึงฟังได้ว่านายจรัสได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"

พิพากษายกฎีกาจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001140.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544