คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7027/2543 ฉบับเต็ม

#35136
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7027/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นาง บุญภี สุดสาคร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 572 ป.รัษฎากร มาตรา 118 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 เมื่อสัญญาเช่าซื้อที่ถือว่าเป็นมูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้ปิดอากรแสตมป์จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 และรับฟังไม่ได้ว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อกันเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ฉะนั้น หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อย่อมไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดใช้เงินอันถือว่าเป็นวันที่จำเลยออกเช็คชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรายนี้ยังบังคับตามกฎหมายไม่ได้เช่นนี้การออกเช็คของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย และการกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 จำเลยจึงไม่มีความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 2 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ให้จำคุก 1 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้เช่าซื้อรถขุดจากบริษัทผู้เสียหายรวม 2 คันด้วยกัน คันแรกเช่าซื้อเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2537ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ล.1 คันที่สองคือครั้งที่เกิดเหตุคดีนี้จำเลยเช่าซื้อเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2537 ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยออกให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ให้เหตุผลว่าบัญชีปิดแล้ว สำหรับสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.2 ดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่ายังมิได้ปิดอากรแสตมป์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 ที่ถือว่าเป็นมูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และรับฟังไม่ได้ว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อกันเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572ฉะนั้น หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อย่อมไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดใช้เงินอันถือว่าเป็นวันที่จำเลยออกเช็คชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรายนี้ยังบังคับตามกฎหมายไม่ได้เช่นนี้การออกเช็คของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย และการกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 จำเลยจึงไม่มีความผิด ปัญหาที่ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อซึ่งมิได้ปิดอากรแสตมป์ อันทำให้เป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาโต้แย้งปัญหานี้โดยตรง ศาลฎีกาก็มีอำนาจนำขึ้นมาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 215 และมาตรา 225 เมื่อวินิจฉัยมาดั่งนี้แล้ว ฎีกาของจำเลยก็ไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปอีก เพราะไม่อาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (พิชิต คำแฝง-ผล อนุวัตรนิติการ-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35136
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070503"
    }
}
date
2543
deka_no
7027/2543
deka_running_no
7027
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "ผล อนุวัตรนิติการ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 118"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง บุญภี สุดสาคร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 2 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ให้จำคุก 1 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้เช่าซื้อรถขุดจากบริษัทผู้เสียหายรวม 2 คันด้วยกัน คันแรกเช่าซื้อเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2537ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ล.1 คันที่สองคือครั้งที่เกิดเหตุคดีนี้จำเลยเช่าซื้อเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2537 ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยออกให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ให้เหตุผลว่าบัญชีปิดแล้ว สำหรับสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.2 ดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่ายังมิได้ปิดอากรแสตมป์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 ที่ถือว่าเป็นมูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และรับฟังไม่ได้ว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อกันเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572ฉะนั้น หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อย่อมไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดใช้เงินอันถือว่าเป็นวันที่จำเลยออกเช็คชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรายนี้ยังบังคับตามกฎหมายไม่ได้เช่นนี้การออกเช็คของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย และการกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 จำเลยจึงไม่มีความผิด ปัญหาที่ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อซึ่งมิได้ปิดอากรแสตมป์ อันทำให้เป็นหนี้ที่ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาโต้แย้งปัญหานี้โดยตรง ศาลฎีกาก็มีอำนาจนำขึ้นมาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 215 และมาตรา 225 เมื่อวินิจฉัยมาดั่งนี้แล้ว ฎีกาของจำเลยก็ไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปอีก เพราะไม่อาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001167.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543