ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7458/2543
เด็กชาย สิทธิศักดิ์ แป้นทอง เด็กหญิง กนกวรรณ แป้นทอง และเด็กชาย พลากร แป้นทอง
โจทก์
โดย นาง ดวงจันทร์ บุญสุขหรือแป้นทอง ผู้แทนโดยชอบธรรม
โจทก์
นาย ไตรรงค์ เดชสุรางค์
จำเลย
ป.พ.พ. มาตรา 4, มาตรา 1564
โจทก์เป็นผู้เยาว์เป็นบุตรของนางด. กับนายป. ผู้ตาย ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และผู้ตายก็ไม่ได้จดทะเบียนรับรองว่าโจทก์เป็นบุตรนายป. เพียงแต่ให้ใช้นามสกุลและให้การอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564บิดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ส่วนบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วตามมาตรา 1627 บัญญัติให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีผลให้เป็นผู้มีสิทธิรับมรดกในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 เท่านั้นเมื่อนายป. ผู้ตายไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยผู้กระทำละเมิดเป็นเหตุให้นาย ป. ถึงแก่ความตาย กรณีดังกล่าวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ในเรื่องครอบครัวได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4มาใช้บังคับไม่ได้
___________________________
โจทก์ทั้งสามฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่าจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์บรรทุกหกล้อ ซึ่งนายประสิทธิ์ แป้นทอง บิดาโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ขับ เป็นเหตุให้นายประสิทธิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้เยาว์ขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู จึงขอคิดค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูเป็นเงิน 1,500,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม
จำเลยให้การว่า นายประสิทธิ์กับนางดวงจันทร์ บุญสุขหรือแป้นทองบิดาและมารดาโจทก์ทั้งสามไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน นายประสิทธิ์ไม่ได้จดทะเบียนรับรองว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรและไม่มีคำพิพากษาของศาลที่แสดงว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของนายประสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ทั้งสาม ศาลชั้นต้นบุญสุขหรือแป้นทองมารดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ทั้งสามได้ความว่า นางดวงจันทร์กับนายประสิทธิ์ แป้นทอง ผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและนายประสิทธิ์ไม่เคยจดทะเบียนรับรองว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงแต่ให้การรับรองโดยพฤตินัย ให้ใช้นามสกุลและให้การอุปการะเลี้ยงดูเท่านั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความเพียงพอต่อการวินิจฉัยจึงให้งดสืบพยานโจทก์ทั้งสามและพยานจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้เยาว์เป็นบุตรของนางดวงจันทร์ บุญสุขหรือแป้นทอง กับนายประสิทธิ์ แป้นทอง ผู้ตาย ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และผู้ตายก็ไม่ได้จดทะเบียนรับรองว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของตนเพียงแต่ให้ใช้นามสกุลและให้การอุปการะเลี้ยงดู คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564บิดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ส่วนบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627บัญญัติให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีผลให้เป็นผู้มีสิทธิรับมรดกในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 เท่านั้นเมื่อนายประสิทธิ์ผู้ตายไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยทั้งกรณีดังกล่าวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ในเรื่องครอบครัวก็ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ดังนั้น จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 มาใช้บังคับไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ทั้งสามฎีกาอ้างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมานั้น เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลเท่านั้นส่วนการพิจารณาพิพากษาคดีต่าง ๆ ย่อมต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ"
พิพากษายืน
(เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-วิชัย วิวิตเสวี-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา)
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ