คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2544 ฉบับเต็ม

#36436
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นางสาว นฤมล ขุนบุญจันทร์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479 มาตรา 11, มาตรา 21 ความผิดฐานประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 มาตรา 11 มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 21 จึงถือว่าความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับสาขาเวชกรรมถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 การที่โจทก์อ้างกฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้วมาขอให้ลงโทษจำเลย มีผลเท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลย ไม่ใช่เรื่องอ้างบทกฎหมายผิด ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2542 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรม โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 โดยตั้งชื่อร้านว่า "คลีนิคชุมชนการแพทย์"ตั้งอยู่ตึกแถวเลขที่ 25/18-19 ถนนกะโรม ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยทั้งสองร่วมกันทำให้นางสาวรัชดา บุญคง หรือนางสาวอัยณีนิสาแล แท้งลูกโดยทำให้ลูกในครรภ์ของนางสาวรัชดาออกมาในลักษณะไม่มีชีวิต โดยนางสาวรัชดาให้ความยินยอมให้จำเลยทั้งสองทำให้แท้งลูกได้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองและนางสาวรัชดาได้พร้อมยึดเครื่องมือและอุปกรณ์เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์14 รายการ ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91, 302 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. 2479 มาตรา 11, 21 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 302 วรรคแรก, 83 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 มาตรา 11(4), 21 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต จำคุกคนละ6 เดือน ฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม จำคุกคนละ 1 ปีรวมจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 9 เดือน ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479มาตรา 11, 21 ข้อหาร่วมกันประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ขณะจำเลยทั้งสองกระทำผิดพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. 2511 ประกาศใช้แล้วซึ่งตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่าบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน ซึ่งมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. 2511 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ว่า พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่ จึงเห็นได้ว่าความผิดข้อหาประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมโดยฝ่าฝืนกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 มาตรา 11 มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 21 จึงถือว่าความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 การที่โจทก์อ้างกฎหมายที่ยกเลิกแล้วมาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองนั้น มีผลเท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลยไม่ใช่เรื่องอ้างบทกฎหมายผิดศาลจะพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ไม่ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2479 คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนดคนละ 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 (สกนธ์ กฤติยาวงศ์-พูนศักดิ์ จงกลนี-ทองหล่อ โฉมงาม) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36436
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067180"
    }
}
date
2544
deka_no
874/2544
deka_running_no
874
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "ทองหล่อ โฉมงาม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479",
        "sections": [
            "ม. 11",
            "ม. 21"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว นฤมล ขุนบุญจันทร์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2542 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรม โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 โดยตั้งชื่อร้านว่า "คลีนิคชุมชนการแพทย์"ตั้งอยู่ตึกแถวเลขที่ 25/18-19 ถนนกะโรม ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยทั้งสองร่วมกันทำให้นางสาวรัชดา บุญคง หรือนางสาวอัยณีนิสาแล แท้งลูกโดยทำให้ลูกในครรภ์ของนางสาวรัชดาออกมาในลักษณะไม่มีชีวิต โดยนางสาวรัชดาให้ความยินยอมให้จำเลยทั้งสองทำให้แท้งลูกได้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองและนางสาวรัชดาได้พร้อมยึดเครื่องมือและอุปกรณ์เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์14 รายการ ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91, 302 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. 2479 มาตรา 11, 21 และริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 302 วรรคแรก, 83 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 มาตรา 11(4), 21 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต จำคุกคนละ6 เดือน ฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม จำคุกคนละ 1 ปีรวมจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 9 เดือน ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479มาตรา 11, 21 ข้อหาร่วมกันประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ขณะจำเลยทั้งสองกระทำผิดพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. 2511 ประกาศใช้แล้วซึ่งตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่าบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน ซึ่งมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. 2511 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ว่า พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่ จึงเห็นได้ว่าความผิดข้อหาประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมโดยฝ่าฝืนกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 มาตรา 11 มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 21 จึงถือว่าความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมถูกยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 การที่โจทก์อ้างกฎหมายที่ยกเลิกแล้วมาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองนั้น มีผลเท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายอันใดมาเลยไม่ใช่เรื่องอ้างบทกฎหมายผิดศาลจะพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ไม่ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2479 คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนดคนละ 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001137.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544