คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2795/2544 ฉบับเต็ม

#36470
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2795/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นาย จือ แซ่ลี จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 217, มาตรา 221 ป.วิ.พ. มาตรา 62 คำฟ้องฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาของจำเลยที่มีทนายความเป็นผู้ฎีกาและผู้ยื่นคำร้องแทนจำเลย ทนายความดังกล่าวจะต้องมีอำนาจในการฎีกาด้วย เมื่อจำเลยมิได้แต่งให้เป็นทนายความในชั้นฎีกา จึงเป็นการดำเนินคดีแทนจำเลยโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่งรวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คำฟ้องฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับรองฎีกาของจำเลยในคดีนี้ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2543 นั้น นายพิทูรทวีการไถ ทนายความเป็นผู้ฎีกาและผู้ยื่นคำร้องแทนจำเลย แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้แต่งนายพิทูรเป็นทนายความของตน มีอำนาจดำเนินคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแทนจำเลยได้ ตามใบแต่งทนายความลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2541 แต่ปรากฏว่าในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนนายพิทูรออกจากการเป็นทนายความของจำเลย และแต่งตั้งนายฤทธิชัย ปัญญวานิช เป็นทนายความของจำเลยแทน โดยได้ยื่นใบแต่งทนายความแต่งให้นายฤทธิชัยเป็นทนายความของจำเลยให้มีอำนาจอุทธรณ์ ฎีกาหรือขอพิจารณาคดีใหม่ ปรากฏตามคำร้องและใบแต่งทนายความลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตในวันเดียวกันนายพิทูร จึงพ้นจากการเป็นทนายความของจำเลยนับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง นายพิทูรไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนจำเลยอีกต่อไป การที่นายพิทูรยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้แทนจำเลยโดยจำเลยมิได้แต่งให้นายพิทูรเป็นทนายความของจำเลยในชั้นฎีกาขึ้นใหม่ จึงเป็นการดำเนินคดีแทนจำเลยโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36470
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064817"
    }
}
date
2544
deka_no
2795/2544
deka_running_no
2795
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 217",
            "ม. 221"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 62"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จือ แซ่ลี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่งรวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คำฟ้องฎีกาและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับรองฎีกาของจำเลยในคดีนี้ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2543 นั้น นายพิทูรทวีการไถ ทนายความเป็นผู้ฎีกาและผู้ยื่นคำร้องแทนจำเลย แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้แต่งนายพิทูรเป็นทนายความของตน มีอำนาจดำเนินคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาแทนจำเลยได้ ตามใบแต่งทนายความลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2541 แต่ปรากฏว่าในระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนนายพิทูรออกจากการเป็นทนายความของจำเลย และแต่งตั้งนายฤทธิชัย ปัญญวานิช เป็นทนายความของจำเลยแทน โดยได้ยื่นใบแต่งทนายความแต่งให้นายฤทธิชัยเป็นทนายความของจำเลยให้มีอำนาจอุทธรณ์ ฎีกาหรือขอพิจารณาคดีใหม่ ปรากฏตามคำร้องและใบแต่งทนายความลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตในวันเดียวกันนายพิทูร จึงพ้นจากการเป็นทนายความของจำเลยนับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง นายพิทูรไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนจำเลยอีกต่อไป การที่นายพิทูรยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้แทนจำเลยโดยจำเลยมิได้แต่งให้นายพิทูรเป็นทนายความของจำเลยในชั้นฎีกาขึ้นใหม่ จึงเป็นการดำเนินคดีแทนจำเลยโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001116.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544