คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2544 ฉบับเต็ม

#36491
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2544 นาง เพ็ญศรี ตรีถาวร โจทก์ นาง มะลิ ชมภูหรือสุขเอี่ยม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 247, มาตรา 293 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากบทบัญญัติมาตรา 293 วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้แล้ว (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2542) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบมาตรา 223 และมาตรา 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดี เพราะจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างเจ้าของที่ดินเดิมกับโจทก์ ซึ่งหากศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยก็ไม่ต้องออกไปจากที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมซึ่งหากศาลพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายดังกล่าว จำเลยก็ไม่ต้องออกจากที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ คำร้องของจำเลยจึงเป็นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542มาตรา 11 ให้เพิ่มความเป็นวรรคสามของมาตรา 293 ว่า "คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2542 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องของจำเลยดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากบทบัญญัติมาตรา 293วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้แล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบมาตรา 223 และมาตรา 247 จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิชัย วิวิตเสวี-เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36491
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068070"
    }
}
date
2544
deka_no
210/2544
deka_running_no
210
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 247",
            "ม. 293"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง เพ็ญศรี ตรีถาวร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง มะลิ ชมภูหรือสุขเอี่ยม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด

จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดี เพราะจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างเจ้าของที่ดินเดิมกับโจทก์ ซึ่งหากศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยก็ไม่ต้องออกไปจากที่ดินพิพาท

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมซึ่งหากศาลพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายดังกล่าว จำเลยก็ไม่ต้องออกจากที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาของศาลในคดีนี้ คำร้องของจำเลยจึงเป็นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2542มาตรา 11 ให้เพิ่มความเป็นวรรคสามของมาตรา 293 ว่า "คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด" การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2542 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องของจำเลยดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากบทบัญญัติมาตรา 293วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้แล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบมาตรา 223 และมาตรา 247 จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001145.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544