คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2544 ฉบับเต็ม

#36513
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2544 บริษัท เอเซีย ซันไรซ์ จำกัด กับพวก โจทก์ นาย สมเดช เล้งเสน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174, มาตรา 246 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หลังจากจำเลยยื่นอุทธรณ์แล้วถึง 2 วัน และในการสั่งรับอุทธรณ์ศาลชั้นต้นก็มิได้สั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ ทั้งศาลชั้นต้นยังให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ภายใน 15 วันนับแต่วันสั่ง (แม้ตอนท้ายอุทธรณ์มีข้อความว่าข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว) เมื่อจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น การที่จำเลยมิได้นำส่งหมายและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันจะถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1590 เล่ม 16 ข.หน้า 40 เลขที่ดิน 352 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชคืนแก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่คืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หรือหากจำเลยโอนที่ดินพิพาทไปให้ตนเองหรือผู้อื่นทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนแล้วให้จำเลยชดใช้ราคาที่ดินแทนเป็นเงิน 2,700,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยส่งตราสำคัญของบริษัทโจทก์ที่ 1 คืนโจทก์ที่ 1 จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ในระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วจำเลยไม่ได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2541 ว่า รับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์ทั้งสี่ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ ไม่มีผู้รับให้ปิด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ดังนี้ แสดงว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หลังจากจำเลยยื่นอุทธรณ์แล้วถึง 2 วัน และในการสั่งรับอุทธรณ์ศาลชั้นต้นก็มิได้สั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ ทั้งศาลชั้นต้นยังสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ภายใน 15 วัน นับแต่วันสั่งคือวันที่ 9 ตุลาคม 2541 อีกด้วยแม้ตอนท้ายอุทธรณ์จะมีข้อความว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบคำสั่ง เมื่อจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น การที่จำเลยมิได้นำส่งหมายและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันจะถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ถือว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลชั้นต้นแจ้งจำเลยให้จัดการนำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ทั้งสี่แล้วดำเนินการต่อไปส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ (วิชัย วิสิทธวงศ์-พิชัย เตโชพิทยากูล-สมชัย เกษชุมพล) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36513
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067625"
    }
}
date
2544
deka_no
579/2544
deka_running_no
579
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174",
            "ม. 246"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เอเซีย ซันไรซ์ จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สมเดช เล้งเสน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1590 เล่ม 16 ข.หน้า 40 เลขที่ดิน 352 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชคืนแก่โจทก์ที่ 1 หากจำเลยไม่คืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หรือหากจำเลยโอนที่ดินพิพาทไปให้ตนเองหรือผู้อื่นทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนแล้วให้จำเลยชดใช้ราคาที่ดินแทนเป็นเงิน 2,700,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยส่งตราสำคัญของบริษัทโจทก์ที่ 1 คืนโจทก์ที่ 1 จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ในระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วจำเลยไม่ได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2541 ว่า รับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์ทั้งสี่ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ ไม่มีผู้รับให้ปิด มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ดังนี้ แสดงว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หลังจากจำเลยยื่นอุทธรณ์แล้วถึง 2 วัน และในการสั่งรับอุทธรณ์ศาลชั้นต้นก็มิได้สั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ ทั้งศาลชั้นต้นยังสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ภายใน 15 วัน นับแต่วันสั่งคือวันที่ 9 ตุลาคม 2541 อีกด้วยแม้ตอนท้ายอุทธรณ์จะมีข้อความว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทราบคำสั่ง เมื่อจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้น การที่จำเลยมิได้นำส่งหมายและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันจะถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ถือว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลชั้นต้นแจ้งจำเลยให้จัดการนำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ทั้งสี่แล้วดำเนินการต่อไปส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001141.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544