คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2544 ฉบับเต็ม

#36519
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2544 นางสาว วรรณดี สุขยะฤกษ์ โจทก์ นาย สุทธิ์ ประทุม โดยนาย ปรีชา ประทุม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 172 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์อ้างการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเป็นคำฟ้องที่ต้องบังคับแก่จำเลยโดยตรงได้ เพราะผู้กระทำการละเมิดโจทก์คือจำเลย และเป็นการขอให้รื้อถอนเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ แม้จำเลยจะโอนที่ดินแปลงที่บ้านและเล้าไก่ปลูกอยู่ให้ ป. บุตรชายไปก่อนแล้วก็ตาม การบังคับจำเลยให้รื้อถอนเล้าไก่เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ก็หาได้กระทบกระเทือนสิทธิใด ๆ ของ ป. ผู้รับโอนที่ดินจากจำเลยแต่อย่างใดไม่ ดังนี้ศาลจึงอาจพิพากษาให้ตามคำขอท้ายฟ้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4359 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 33 ตารางวาจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 1 งาน 93 ตารางวาเมื่อเดือนมีนาคม 2540 โจทก์เข้าไปในที่ดินของโจทก์พบว่าจำเลยสร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ทำที่ดินให้เป็นดังเดิมและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไปให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา มาตั้งแต่ปี 2521 จำเลยปลูกสร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน จำเลยมิได้สร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จำเลยยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายปรีชา ประทุม บุตรชายของจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2539 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายปรีชา ประทุม ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนเล้าไก่ออกจากที่ดินของโจทก์ทำที่ดินของโจทก์ให้เป็นดังสภาพเดิม ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไปและชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว (ฟ้องวันที่ 5 มิถุนายน 2540) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีของโจทก์สามารถบังคับคดีแก่จำเลยได้ เพราะจำเลยรับแล้วว่าเป็นผู้ปลูกสร้างเล้าไก่ในที่พิพาทจริงนั้น คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้ปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์ ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดสูงกว่าสภาพความเป็นจริงและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยเฉพาะประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องที่ให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความโดยตรง พิพากษาให้ตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นปัญหาว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ อ้างการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ เป็นคำฟ้องที่ต้องบังคับแก่จำเลยโดยตรงได้ เพราะผู้กระทำการละเมิดโจทก์คือจำเลย การขอบังคับก็ขอให้รื้อถอนเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์แม้จำเลยจะโอนที่ดินแปลงที่บ้านและเล้าไก่ปลูกอยู่ให้นายปรีชา ประทุมบุตรชายไปก่อนแล้วก็ตาม การบังคับจำเลยให้รื้อถอนเล้าไก่เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ก็หาได้กระทบกระเทือนสิทธิใด ๆ ของนายปรีชาผู้รับโอนที่ดินจากจำเลยแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นว่า จำเลยโอนที่ดินที่ปลูกสร้างเล้าไก่ให้นายปรีชาแล้ว การบังคับคดีแก่จำเลยตามคำฟ้องกระทำไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เพื่อให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาใหม่" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9พิพากษาคดีใหม่ตามอุทธรณ์จำเลยต่อไป (ปราโมทย์ ชพานนท์-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36519
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067508"
    }
}
date
2544
deka_no
660/2544
deka_running_no
660
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ ชพานนท์",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 172"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว วรรณดี สุขยะฤกษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สุทธิ์ ประทุม โดยนาย ปรีชา ประทุม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4359 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 33 ตารางวาจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 1 งาน 93 ตารางวาเมื่อเดือนมีนาคม 2540 โจทก์เข้าไปในที่ดินของโจทก์พบว่าจำเลยสร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ทำที่ดินให้เป็นดังเดิมและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไปให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2037 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา มาตั้งแต่ปี 2521 จำเลยปลูกสร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน จำเลยมิได้สร้างเล้าไก่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จำเลยยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายปรีชา ประทุม บุตรชายของจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2539 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนายปรีชา ประทุม ทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนเล้าไก่ออกจากที่ดินของโจทก์ทำที่ดินของโจทก์ให้เป็นดังสภาพเดิม ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไปและชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว (ฟ้องวันที่ 5 มิถุนายน 2540)

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีของโจทก์สามารถบังคับคดีแก่จำเลยได้ เพราะจำเลยรับแล้วว่าเป็นผู้ปลูกสร้างเล้าไก่ในที่พิพาทจริงนั้น คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้ปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์ ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดสูงกว่าสภาพความเป็นจริงและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยเฉพาะประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องที่ให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความโดยตรง พิพากษาให้ตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นปัญหาว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ อ้างการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเล้าไก่ส่วนที่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ เป็นคำฟ้องที่ต้องบังคับแก่จำเลยโดยตรงได้ เพราะผู้กระทำการละเมิดโจทก์คือจำเลย การขอบังคับก็ขอให้รื้อถอนเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์แม้จำเลยจะโอนที่ดินแปลงที่บ้านและเล้าไก่ปลูกอยู่ให้นายปรีชา ประทุมบุตรชายไปก่อนแล้วก็ตาม การบังคับจำเลยให้รื้อถอนเล้าไก่เฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ก็หาได้กระทบกระเทือนสิทธิใด ๆ ของนายปรีชาผู้รับโอนที่ดินจากจำเลยแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นว่า จำเลยโอนที่ดินที่ปลูกสร้างเล้าไก่ให้นายปรีชาแล้ว การบังคับคดีแก่จำเลยตามคำฟ้องกระทำไม่ได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยปลูกสร้างเล้าไก่รุกล้ำที่ดินโจทก์หรือไม่ และประเด็นเรื่องค่าเสียหาย เพื่อให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาใหม่"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9พิพากษาคดีใหม่ตามอุทธรณ์จำเลยต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001140.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544