คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2544 ฉบับเต็ม

#36520
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2544 นาย เพชร ขันเดช ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 42 ป.วิ.พ. มาตรา 140 ผู้ร้องยืนยันในคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดว่าผู้ร้องอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และไม่เคยแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ไปที่อื่นให้ศาลชั้นต้นทราบเลย แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาถือเอาที่อยู่ที่กรุงเทพมหานครเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการสำหรับการดำเนินคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 42 แม้ในขณะปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่อื่นแล้ว ก็ต้องถือว่าผู้ร้องยังมีภูมิลำเนาเฉพาะการอยู่ที่กรุงเทพมหานครและได้ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้ว เมื่อผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัดศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังผู้ร้องได้ กรณีไม่มีเหตุให้ต้องเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทเงินทุนยูไนเต็ดมาลายันจำกัด ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 72480 พร้อมบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 10/7 ของลูกหนี้ให้แก่บริษัทลักกี้โรด จำกัด ไปในราคา 4,450,000 บาท ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้เข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยระเบียบและคำสั่งของกรมบังคับคดีโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขานราคาและเคาะไม้ขายแก่ผู้ซื้ออย่างรวดเร็วและขายในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดและราคาประเมินของทางราชการ ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทัน อีกทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้รายงานต่ออธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีเพื่ออนุมัติการขายก่อน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายไม่สามารถซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดใหม่ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า บริษัทลักกี้โรด จำกัด ผู้ซื้อทรัพย์มิได้ชำระราคาภายในกำหนด และได้ขอขยายระยะเวลาชำระเงิน แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อนุญาต ผู้ซื้อยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องจึงต้องประกาศขายที่ดินใหม่ คำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 12 ตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายไม่ชอบ เพราะมิได้ส่งให้แก่ผู้ร้องตามภูมิลำเนาของผู้ร้องและไม่มีรายละเอียดของสภาพสถานที่ให้ชัดเจนนอกจากนั้นการส่งหมายให้แก่ทนายผู้ร้องโดยอ้างว่าไม่สามารถส่งได้เพราะหาที่อยู่ไม่พบ ก็มีเหตุน่าสงสัยว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุสมควรเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมิได้มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 32/26 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านในเขต แขวงบางจากเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้มีการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การส่งหมายนัดดังกล่าวจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้จะได้ความตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาตามกฎหมายอยู่ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 12 ตำบลแชม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มาตั้งแต่ก่อนผู้ร้องเข้าซื้อทอดตลาดทรัพย์คดีนี้ก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องบรรยายยืนยันในคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดว่า ผู้ร้องอยู่บ้านเลขที่ 32/26 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านในเขตแขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และหลังจากนั้นไม่เคยได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ให้ศาลชั้นต้นทราบเลย แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาที่ปรากฏชัดแจ้งต่อศาลชั้นต้นให้ถือเอาที่อยู่ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการสำหรับการดำเนินคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 42 แม้จะได้ความตามที่ผู้ร้องอ้างว่าในขณะปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ย้ายไปอาศัยอยู่ยังที่อื่นแล้ว ก็ต้องถือว่าผู้ร้องยังมีภูมิลำเนาเฉพาะการอยู่ยังสถานที่เดิมและได้ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้ว เมื่อผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัด จึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังผู้ร้องได้ กรณีไม่มีเหตุให้ต้องเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน (สมชาย พงษธา-พิชัย เตโชพิทยากูล-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36520
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067506"
    }
}
date
2544
deka_no
663/2544
deka_running_no
663
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 140"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาย เพชร ขันเดช"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทเงินทุนยูไนเต็ดมาลายันจำกัด ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 72480 พร้อมบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 10/7 ของลูกหนี้ให้แก่บริษัทลักกี้โรด จำกัด ไปในราคา 4,450,000 บาท ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้เข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยระเบียบและคำสั่งของกรมบังคับคดีโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขานราคาและเคาะไม้ขายแก่ผู้ซื้ออย่างรวดเร็วและขายในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดและราคาประเมินของทางราชการ ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทัน อีกทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้รายงานต่ออธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีเพื่ออนุมัติการขายก่อน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายไม่สามารถซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดใหม่ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า บริษัทลักกี้โรด จำกัด ผู้ซื้อทรัพย์มิได้ชำระราคาภายในกำหนด และได้ขอขยายระยะเวลาชำระเงิน แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อนุญาต ผู้ซื้อยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องจึงต้องประกาศขายที่ดินใหม่ คำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 12 ตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายไม่ชอบ เพราะมิได้ส่งให้แก่ผู้ร้องตามภูมิลำเนาของผู้ร้องและไม่มีรายละเอียดของสภาพสถานที่ให้ชัดเจนนอกจากนั้นการส่งหมายให้แก่ทนายผู้ร้องโดยอ้างว่าไม่สามารถส่งได้เพราะหาที่อยู่ไม่พบ ก็มีเหตุน่าสงสัยว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุสมควรเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมิได้มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 32/26 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านในเขต แขวงบางจากเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ตามที่ได้มีการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ การส่งหมายนัดดังกล่าวจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้จะได้ความตามที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาตามกฎหมายอยู่ที่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 12 ตำบลแชม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มาตั้งแต่ก่อนผู้ร้องเข้าซื้อทอดตลาดทรัพย์คดีนี้ก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องบรรยายยืนยันในคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดว่า ผู้ร้องอยู่บ้านเลขที่ 32/26 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านในเขตแขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และหลังจากนั้นไม่เคยได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ให้ศาลชั้นต้นทราบเลย แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาที่ปรากฏชัดแจ้งต่อศาลชั้นต้นให้ถือเอาที่อยู่ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการสำหรับการดำเนินคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 42 แม้จะได้ความตามที่ผู้ร้องอ้างว่าในขณะปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ย้ายไปอาศัยอยู่ยังที่อื่นแล้ว ก็ต้องถือว่าผู้ร้องยังมีภูมิลำเนาเฉพาะการอยู่ยังสถานที่เดิมและได้ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้ว เมื่อผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัด จึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังผู้ร้องได้ กรณีไม่มีเหตุให้ต้องเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001140.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544