คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMINที่ 1286/2544 ฉบับเต็ม

#36552
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 1286/2544 นาย คณิต สังหาร ผู้ถูกกล่าวหา ป.อ. มาตรา 56 ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), มาตรา 33 การที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงตัวเป็น อ. นายประกันของจำเลยและลงลายมือชื่อในคำร้องขอประกันตัวต่อซึ่งเป็นลายมือชื่อปลอมเป็นการหลอกลวงศาลว่ามีการประกันตัวต่อโดยชอบ ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรงเป็นภัยต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นช่องทางให้จำเลยหลบหนีได้ หากศาลตรวจไม่พบการกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาเสียก่อน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลเป็นอย่างมาก แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะรับราชการครูและยังมีหน้าที่ต้องอุปการะผู้อื่น ก็ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากนางสุจิตต์ มาติกานนท์ รองจ่าศาลประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เรื่องการประกันตัวได้รายงานเสนอในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3460/2542 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเริงณรงค์คงเอียด จำเลย ว่า นายอำนาจ วัฒนพานิช นายประกันไม่มาศาล นายคณิตสังหาร ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงตัวเป็นนายอำนาจลงลายมือชื่อในคำร้องขอประกันตัวต่อซึ่งเป็นลายมือชื่อปลอม จึงรายงานให้ศาลทราบ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33ถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจำคุก 2 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยเป็นนายประกันของจำเลยชั้นฝากขังมาแล้ว แต่ได้ถอนหลักทรัพย์แล้วเปลี่ยนนายประกันเป็นนายอำนาจ วัฒนพานิช และเมื่อมีการประกันตัวจำเลยต่อในชั้นพิจารณาผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงตัวเป็นนายอำนาจลงลายมือชื่อในคำร้องขอประกันตัวต่อซึ่งเป็นลายมือชื่อปลอมเป็นการหลอกลวงศาลว่ามีการประกันตัวต่อโดยชอบพฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรงเป็นภัยต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นช่องทางให้จำเลยหลบหนีได้หากศาลตรวจไม่พบการกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาเสียก่อนอีกทั้งเมื่อจำเลยหลบหนีไปก็ไม่อาจถือว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดสัญญาประกันเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาขอถอนตัวจากการเป็นนายประกันของจำเลยแล้วส่วนจะถือว่านายอำนาจซึ่งเป็นนายประกันคนใหม่ผิดสัญญาประกันก็ไม่อาจถือได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากลายมือชื่อของนายอำนาจที่ขอประกันตัวจำเลยต่อเป็นลายมือชื่อปลอม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลเป็นอย่างมาก แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะรับราชการครูและยังมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรภริยาและบิดามารดาตามที่อ้างมาในฎีกา ก็ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหา 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษจำคุกนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข" พิพากษายืน (หัสดี ไกรทองสุก-ชนะ ภาสกานนท์-ธาดา กษิตินนท์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36552
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066711"
    }
}
date
2544
deka_no
1286/2544
deka_running_no
1286
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "หัสดี ไกรทองสุก",
    "ชนะ ภาสกานนท์",
    "ธาดา กษิตินนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31 (1)",
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นาย คณิต สังหาร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากนางสุจิตต์ มาติกานนท์ รองจ่าศาลประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เรื่องการประกันตัวได้รายงานเสนอในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3460/2542 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเริงณรงค์คงเอียด จำเลย ว่า นายอำนาจ วัฒนพานิช นายประกันไม่มาศาล นายคณิตสังหาร ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงตัวเป็นนายอำนาจลงลายมือชื่อในคำร้องขอประกันตัวต่อซึ่งเป็นลายมือชื่อปลอม จึงรายงานให้ศาลทราบ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33ถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจำคุก 2 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยเป็นนายประกันของจำเลยชั้นฝากขังมาแล้ว แต่ได้ถอนหลักทรัพย์แล้วเปลี่ยนนายประกันเป็นนายอำนาจ วัฒนพานิช และเมื่อมีการประกันตัวจำเลยต่อในชั้นพิจารณาผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงตัวเป็นนายอำนาจลงลายมือชื่อในคำร้องขอประกันตัวต่อซึ่งเป็นลายมือชื่อปลอมเป็นการหลอกลวงศาลว่ามีการประกันตัวต่อโดยชอบพฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรงเป็นภัยต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นช่องทางให้จำเลยหลบหนีได้หากศาลตรวจไม่พบการกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาเสียก่อนอีกทั้งเมื่อจำเลยหลบหนีไปก็ไม่อาจถือว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดสัญญาประกันเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาขอถอนตัวจากการเป็นนายประกันของจำเลยแล้วส่วนจะถือว่านายอำนาจซึ่งเป็นนายประกันคนใหม่ผิดสัญญาประกันก็ไม่อาจถือได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากลายมือชื่อของนายอำนาจที่ขอประกันตัวจำเลยต่อเป็นลายมือชื่อปลอม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการศาลเป็นอย่างมาก แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะรับราชการครูและยังมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรภริยาและบิดามารดาตามที่อ้างมาในฎีกา ก็ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหา 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษจำคุกนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001133.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN
year
2544