คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2319/2544 ฉบับเต็ม

#36559
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2319/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมาน มูลประหัต จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดโทษให้ผู้กระทำความผิดฐานพยายามต้องระวางโทษเท่ากับความผิดสำเร็จบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นผลร้ายแก่จำเลย เพราะทำให้จำเลยต้องรับโทษสูงขึ้นกว่าการกระทำความผิดขั้นพยายามทั่ว ๆ ไป ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้อ้างมาตรา 7ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้อง จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ จึงนำมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาลงโทษจำเลยไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4,600 เม็ด น้ำหนักรวม 419.417 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 83.814 กรัม และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำนวน 1,000 เม็ด ให้แก่ผู้ล่อซื้อในราคา 100,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การว่า มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง แต่มิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายและมิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง,66 วรรคหนึ่ง, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 7 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย วางโทษจำคุก 40 ปี ฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน วางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 20 ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 60 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปีริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง),66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้จำคุกจำเลย 13 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกของจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 40 ปีแล้ว เป็นจำคุกจำเลย53 ปี 4 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 26 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจโทบวร สุภิสิงห์ กับพวกได้ให้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,000 เม็ด ราคาเม็ดละ 100 บาท รวมเป็นเงิน100,000 บาท จากจำเลย นัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีนที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ปากซอยตลาดโพธิ์ทองหรือซอยโอ๋เอ๋ เวลา 21 นาฬิกามอบกระดาษซึ่งตัดให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เป็นจำนวน100,000 บาท ใส่ถุงกระดาษให้สายลับไปล่อซื้อโดยนัดแนะว่า หากจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนให้สายลับส่งสัญญาณโดยใช้มือเกาศีรษะ จากนั้นร้อยตำรวจโทบวรกับพวกได้ไปที่ร้านดังกล่าวโดยให้สายลับยืนรออยู่ที่หน้าร้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 21 นาฬิกา จำเลยได้มาพูดกับสายลับประมาณ 5 ถึง 10 นาที สายลับก็ใช้มือเกาศีรษะให้สัญญาณร้อยตำรวจโทบวรกับพวกซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นก็เข้าไปแสดงตัวและตรวจค้นตัวจำเลยพบเมทแอมเฟตามีน 1,000 เม็ด จำเลยยอมรับในชั้นจับกุมว่าเตรียมเมทแอมเฟตามีนมาจำหน่าย จากนั้นได้นำจำเลยไปค้นที่ห้องพักของจำเลยพบเมทแอมเฟตามีนอีก 3,600 เม็ด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมก่อนส่งมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,000 เม็ด ให้แก่สายลับ การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดสำเร็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าในความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น ศาลชั้นต้นจะพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 7 โดยโจทก์ไม่ได้ ขอให้ลงโทษจำเลยมาท้ายฟ้องด้วยได้หรือไม่เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดโทษให้ผู้กระทำความผิดฐานพยายามต้องระวางโทษเท่ากับความผิดสำเร็จบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นผลร้ายแก่จำเลย เพราะทำให้จำเลยต้องรับโทษสูงขึ้นกว่าการกระทำความผิดขั้นพยายามทั่ว ๆ ไป ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้อ้างมาตรา 7ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้อง จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ ดังนั้น จะนำมาตรา 7แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาลงโทษจำเลยไม่ได้" พิพากษายืน (เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-วิชัย วิวิตเสวี-พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มิได้ฟ้องว่าจำเลยพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โจทก์จึงมิได้อ้างพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและมีโทษเท่ากับโทษในข้อหาที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง ศาลจึงน่าจะนำมาตรา 7 มาลงโทษจำเลยได้ จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่คงไม่ได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
36559
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065598"
    }
}
date
2544
deka_no
2319/2544
deka_running_no
2319
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมาน มูลประหัต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4,600 เม็ด น้ำหนักรวม 419.417 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 83.814 กรัม และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำนวน 1,000 เม็ด ให้แก่ผู้ล่อซื้อในราคา 100,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การว่า มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง แต่มิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายและมิได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง,66 วรรคหนึ่ง, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 7 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย วางโทษจำคุก 40 ปี ฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน วางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 20 ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 60 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปีริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง),66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้จำคุกจำเลย 13 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกของจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 40 ปีแล้ว เป็นจำคุกจำเลย53 ปี 4 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 26 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจโทบวร สุภิสิงห์ กับพวกได้ให้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,000 เม็ด ราคาเม็ดละ 100 บาท รวมเป็นเงิน100,000 บาท จากจำเลย นัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีนที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ปากซอยตลาดโพธิ์ทองหรือซอยโอ๋เอ๋ เวลา 21 นาฬิกามอบกระดาษซึ่งตัดให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท เป็นจำนวน100,000 บาท ใส่ถุงกระดาษให้สายลับไปล่อซื้อโดยนัดแนะว่า หากจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนให้สายลับส่งสัญญาณโดยใช้มือเกาศีรษะ จากนั้นร้อยตำรวจโทบวรกับพวกได้ไปที่ร้านดังกล่าวโดยให้สายลับยืนรออยู่ที่หน้าร้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 21 นาฬิกา จำเลยได้มาพูดกับสายลับประมาณ 5 ถึง 10 นาที สายลับก็ใช้มือเกาศีรษะให้สัญญาณร้อยตำรวจโทบวรกับพวกซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นก็เข้าไปแสดงตัวและตรวจค้นตัวจำเลยพบเมทแอมเฟตามีน 1,000 เม็ด จำเลยยอมรับในชั้นจับกุมว่าเตรียมเมทแอมเฟตามีนมาจำหน่าย จากนั้นได้นำจำเลยไปค้นที่ห้องพักของจำเลยพบเมทแอมเฟตามีนอีก 3,600 เม็ด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมก่อนส่งมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,000 เม็ด ให้แก่สายลับ การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดสำเร็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าในความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น ศาลชั้นต้นจะพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 7 โดยโจทก์ไม่ได้ ขอให้ลงโทษจำเลยมาท้ายฟ้องด้วยได้หรือไม่เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดโทษให้ผู้กระทำความผิดฐานพยายามต้องระวางโทษเท่ากับความผิดสำเร็จบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นผลร้ายแก่จำเลย เพราะทำให้จำเลยต้องรับโทษสูงขึ้นกว่าการกระทำความผิดขั้นพยายามทั่ว ๆ ไป ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้อ้างมาตรา 7ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาในคำขอท้ายฟ้อง จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ ดังนั้น จะนำมาตรา 7แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาลงโทษจำเลยไม่ได้"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มิได้ฟ้องว่าจำเลยพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โจทก์จึงมิได้อ้างพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและมีโทษเท่ากับโทษในข้อหาที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง ศาลจึงน่าจะนำมาตรา 7 มาลงโทษจำเลยได้ จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่คงไม่ได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001123.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544