คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7040/2543 ฉบับเต็ม

#37405
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7040/2543 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย มนตรี เลิศวิกัย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 40, มาตรา 199 ตามคำร้องของจำเลยอ้างว่า ทนายจำเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความเรื่องนี้ก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวันจึงไม่สามารถยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุให้ปรากฏแล้วว่าจำเลยมิได้ยื่นคำให้การเพราะเหตุใด แต่ตัวจำเลยกลับเพิ่งแต่งตั้งทนายความเมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเลยจะยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคหนึ่ง แล้ว มิใช่แต่งตั้งทนายก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวัน ดังจำเลยอ้าง พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าตัวจำเลยไม่สนใจ ต่อการดำเนินคดี จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยทราบนัดสืบพยานครั้งแรกโดยชอบแล้วไม่มาศาลและมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไปตามคำร้องของโจทก์และปิดหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบแล้วแต่จำเลยมิได้ดำเนินการใด ๆ การที่ทนายความของจำเลยติดว่าความที่ศาลอื่นในวันดังกล่าว ทนายจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้ว กลับให้ ตัวจำเลยนำคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมายื่น และยื่นคำร้องขอ เลื่อนคดีเข้ามาด้วยในวันเดียวกันนี้ ซึ่งคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ มิได้แสดงเหตุให้ปรากฏและก่อนหน้านี้จำเลยเคยยื่นคำร้องขออนุญาต ขยายระยะเวลายื่นคำให้การมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากเป็นการยื่น เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่อนุญาต พฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,012,594.06บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,922,122.85บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้แก่โจทก์ และทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การโดยอ้างว่าไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและทนายจำเลยขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าติดว่าความที่ศาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมิได้อ้างเหตุไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การตามกฎหมาย จึงให้ยกคำร้องและไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยได้แสดงเหตุที่ตนมิได้ยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 แล้ว หรือไม่ เห็นว่าตามคำร้องดังกล่าวจำเลยอ้างว่า ทนายจำเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความเรื่องนี้ก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวัน จึงไม่สามารถยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุให้ปรากฏแล้วว่าจำเลยมิได้ยื่นคำให้การเพราะเหตุใด แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีนี้มีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2541 ตัวจำเลยกลับเพิ่งแต่งตั้งทนายความเมื่อวันที่ 2มีนาคม 2541 ซึ่งพ้นระยะเวลาที่จำเลยจะยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคหนึ่ง แล้ว มิใช่แต่งตั้งทนายก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวันดังจำเลยอ้าง พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าตัวจำเลยไม่สนใจต่อการดำเนินคดีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การนั้นชอบแล้ว จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีนั้นเป็นคำสั่งที่มิชอบ สำหรับปัญหานี้เห็นว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไปตามคำร้องของโจทก์เป็นวันที่ 23 มิถุนายน 2541 และปิดหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 แต่จำเลยมิได้ดำเนินการใด ๆการที่ทนายความของจำเลยติดว่าความที่ศาลอื่นในวันดังกล่าวทนายจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้ว กลับให้ตัวจำเลยนำคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมายื่นและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเข้ามาด้วยในวันเดียวกันนี้ ซึ่งคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมิได้แสดงเหตุให้ปรากฏดังได้วินิจฉัยมาแล้วและก่อนหน้านี้จำเลยเคยยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำให้การมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เนื่องจากเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่อนุญาต พฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีจึงชอบแล้ว" พิพากษายืน (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ระพินทร บรรจงศิลป-ผล อนุวัตรนิติการ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
37405
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070493"
    }
}
date
2543
deka_no
7040/2543
deka_running_no
7040
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "ผล อนุวัตรนิติการ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 40",
            "ม. 199"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย มนตรี เลิศวิกัย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,012,594.06บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,922,122.85บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้แก่โจทก์ และทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การโดยอ้างว่าไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและทนายจำเลยขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่าติดว่าความที่ศาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งนัดไว้ก่อนแล้ว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมิได้อ้างเหตุไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การตามกฎหมาย จึงให้ยกคำร้องและไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยได้แสดงเหตุที่ตนมิได้ยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 แล้ว หรือไม่ เห็นว่าตามคำร้องดังกล่าวจำเลยอ้างว่า ทนายจำเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความเรื่องนี้ก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวัน จึงไม่สามารถยื่นคำให้การภายในกำหนด ถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุให้ปรากฏแล้วว่าจำเลยมิได้ยื่นคำให้การเพราะเหตุใด แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีนี้มีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2541 ตัวจำเลยกลับเพิ่งแต่งตั้งทนายความเมื่อวันที่ 2มีนาคม 2541 ซึ่งพ้นระยะเวลาที่จำเลยจะยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคหนึ่ง แล้ว มิใช่แต่งตั้งทนายก่อนวันครบกำหนดยื่นคำให้การเพียงหนึ่งวันดังจำเลยอ้าง พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่าตัวจำเลยไม่สนใจต่อการดำเนินคดีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การนั้นชอบแล้ว

จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีนั้นเป็นคำสั่งที่มิชอบ สำหรับปัญหานี้เห็นว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 7 พฤษภาคม 2541 จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไปตามคำร้องของโจทก์เป็นวันที่ 23 มิถุนายน 2541 และปิดหมายแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 แต่จำเลยมิได้ดำเนินการใด ๆการที่ทนายความของจำเลยติดว่าความที่ศาลอื่นในวันดังกล่าวทนายจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้ว กลับให้ตัวจำเลยนำคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมายื่นและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเข้ามาด้วยในวันเดียวกันนี้ ซึ่งคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การมิได้แสดงเหตุให้ปรากฏดังได้วินิจฉัยมาแล้วและก่อนหน้านี้จำเลยเคยยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำให้การมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เนื่องจากเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่อนุญาต พฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีจึงชอบแล้ว"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001167.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543