คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7370/2543 ฉบับเต็ม

#37853
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7370/2543 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นาย สุชาติหรือชาติ อยู่แบน กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 15, มาตรา 66 ก่อนจับกุมจำเลยทั้งห้า เจ้าพนักงานตำรวจซุ่มดูเห็นจำเลยที่ 1เดินออกจากกระท่อมไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บริเวณข้างเปลที่จำเลยที่ 5นอนอยู่ แล้วนำไปซุกซ่อนในถังซีเมนต์ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ18 เมตร เมื่อตรวจค้นกระบอกไม้ไผ่พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 82 เม็ดบรรจุอยู่ และพบจำเลยที่ 2 หลบซ่อนนอนหมอบอยู่ในสวนห่างจากถังซีเมนต์ประมาณ 15 เมตร มีถุงย่ามวางอยู่ห่างจากจำเลยที่ 2 ประมาณ2 เมตร ภายในถุงย่ามมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นภายในกระท่อมพบจำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 นอนหลับอยู่ดังนี้ ตามพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางนอกกระท่อมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดคือจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นเพียงผู้มาอาศัยพักผ่อนภายในกระท่อมเท่านั้น พยานโจทก์มิได้เบิกความเลยว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้กระทำการอย่างใดอันแสดงให้เห็นว่ารู้เห็นและร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็อยู่ภายในกระท่อม พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักพอให้ฟังว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกระทำผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และของกลางอื่นทั้งหมด จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพว่าเสพเมทแอมเฟตามีนแต่ปฏิเสธว่ามิได้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91(ที่ถูกประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 21 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2และที่ 3 ขณะกระทำความผิดอายุยังไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 10 ปี 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 3 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 9 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษในข้อหานี้ให้คนละหนึ่งในสาม และให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษในข้อหานี้ให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 2 และที่ 3ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคนละ 7 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 เดือน 15 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3ไว้คนละ 7 ปี 1 เดือน 15 วัน จำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคนละ 14 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไว้คนละ 14 ปี 3 เดือนริบของกลาง จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3และที่ 4 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายส่วนข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งห้าได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 682 เม็ด โดยขณะร้อยตำรวจโทประเสริฐ มูฮำหมัดฮาซัน และจ่าสิบตำรวจวีรยุทธ นาควรรณกิจพยานโจทก์ซุ่มดูอยู่เห็นจำเลยที่ 1 เดินออกจากกระท่อมไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บริเวณข้างเปลที่จำเลยที่ 5 นอนอยู่ข้างกระท่อมแล้วนำไปซุกซ่อนในถังซีเมนต์ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ 18 เมตร เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นกระบอกไม้ไผ่พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 82 เม็ดบรรจุอยู่ และพบจำเลยที่ 2 หลบซ่อนนอนหมอบอยู่ในสวนห่างจากถังซีเมนต์ประมาณ15 เมตร มีถุงย่ามวางอยู่ห่างจากจำเลยที่ 2 ประมาณ 2 เมตร ภายในถุงย่ามมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นภายในกระท่อมพบจำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 นอนหลับอยู่ เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางนอกกระท่อมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวคือจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นเพียงผู้มาอาศัยพักผ่อนภายในกระท่อมเท่านั้น พยานโจทก์มิได้เบิกความเลยว่าเห็นจำเลยที่ 3และที่ 4 ได้กระทำการอย่างใดอันแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4รู้เห็นและร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็อยู่ภายในกระท่อม พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักพอให้ฟังว่าจำเลยที่ 3และที่ 4 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ในข้อหานี้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์-จำรูญ แสนภักดี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
37853
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070077"
    }
}
date
2543
deka_no
7370/2543
deka_running_no
7370
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สุชาติหรือชาติ อยู่แบน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์และของกลางอื่นทั้งหมด

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพว่าเสพเมทแอมเฟตามีนแต่ปฏิเสธว่ามิได้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91(ที่ถูกประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 21 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2และที่ 3 ขณะกระทำความผิดอายุยังไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 10 ปี 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 3 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 9 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษในข้อหานี้ให้คนละหนึ่งในสาม และให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษในข้อหานี้ให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 2 และที่ 3ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคนละ 7 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 เดือน 15 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3ไว้คนละ 7 ปี 1 เดือน 15 วัน จำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคนละ 14 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไว้คนละ 14 ปี 3 เดือนริบของกลาง

จำเลยที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3และที่ 4 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายส่วนข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งห้าได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 682 เม็ด โดยขณะร้อยตำรวจโทประเสริฐ มูฮำหมัดฮาซัน และจ่าสิบตำรวจวีรยุทธ นาควรรณกิจพยานโจทก์ซุ่มดูอยู่เห็นจำเลยที่ 1 เดินออกจากกระท่อมไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บริเวณข้างเปลที่จำเลยที่ 5 นอนอยู่ข้างกระท่อมแล้วนำไปซุกซ่อนในถังซีเมนต์ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ 18 เมตร เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นกระบอกไม้ไผ่พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 82 เม็ดบรรจุอยู่ และพบจำเลยที่ 2 หลบซ่อนนอนหมอบอยู่ในสวนห่างจากถังซีเมนต์ประมาณ15 เมตร มีถุงย่ามวางอยู่ห่างจากจำเลยที่ 2 ประมาณ 2 เมตร ภายในถุงย่ามมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นภายในกระท่อมพบจำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 นอนหลับอยู่ เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางนอกกระท่อมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวคือจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นเพียงผู้มาอาศัยพักผ่อนภายในกระท่อมเท่านั้น พยานโจทก์มิได้เบิกความเลยว่าเห็นจำเลยที่ 3และที่ 4 ได้กระทำการอย่างใดอันแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4รู้เห็นและร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็อยู่ภายในกระท่อม พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักพอให้ฟังว่าจำเลยที่ 3และที่ 4 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ในข้อหานี้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001163.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543