คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2543 ฉบับเต็ม

#37857
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2543 นาย สมศักดิ์ ประเสริฐกมลชัย โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 12 การใช้วิธีการยึดทรัพย์สินและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 12มีกำหนด 10 ปี ตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 12 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2526 ถือว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาแก่โจทก์แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ชำระภาษีอากรตามการประเมิน จำเลยที่ 1 มีอำนาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้ภายในกำหนด 10 ปี การที่จำเลยที่ 1ยึดทรัพย์สินโจทก์ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 จึงล่วงเลยกำหนดเวลาแล้วจึงหมดสิทธิจะใช้วิธีการนี้กับโจทก์ ก่อนที่จะพ้น 10 ปี นับแต่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมิน จำเลยที่ 1ฟ้องโจทก์เป็นคดีล้มละลายเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2536 นั้น ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/14(2) เนื่องจากกำหนดเวลาบังคับชำระหนี้ตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 12 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เป็นเรื่องระยะเวลาที่จะบังคับแก่ผู้ที่ค้างชำระภาษีอากร ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่ใช่อายุความ กรณีไม่อาจนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการที่ 1743/2541 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541 ประกาศจังหวัดสมุทรปราการลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541 ให้ยึดทรัพย์สินและคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 85865 เลขที่ดิน 3617 หน้าสำรวจ 3124 เนื้อที่ 16 ตารางวาตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการพร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 189/48 และให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 75,000 บาทแก่โจทก์ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งเจ็ดยึดไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะเพิกถอนคำสั่งและประกาศยึดทรัพย์สิน จำเลยทั้งเจ็ดให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1ตลอดจนคำสั่งให้ยึดและขายทอดตลาดที่ดินของโจทก์ได้กระทำโดยชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 85865 เลขที่ดิน 3617 หน้าสำรวจ 3124 ตำบลปากคลองบางปลากดอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และสิ่งปลูกสร้างอาคาร 2 ชั้นเลขที่ 189/48 หมู่ที่ 3 ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์จังหวัดสมุทรปราการ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "การใช้วิธีการยึดอายัดทรัพย์สินและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 นั้น มีกำหนดเวลา 10 ปี ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 12 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2526 ซึ่งถือว่าเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1ได้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ทราบการประเมินแล้วไม่ชำระจำเลยที่ 1 ชอบที่จะใช้อำนาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันถัดจากวันที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมิน ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กับพวกยึดทรัพย์สินของโจทก์ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 จึงล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ 1ย่อมหมดสิทธิที่จะใช้วิธีการนี้บังคับแก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์อ้างว่าคดีนี้ก่อนที่จะพ้น 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นคดีล้มละลายต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2536 เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(2) จำเลยทั้งเจ็ดจึงชอบที่จะยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้แม้จะเกิน 10 ปีนั้น เห็นว่า กำหนดเวลาบังคับชำระหนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271ดังกล่าว เป็นเรื่องระยะเวลาที่จะบังคับแก่ผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีอากรไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงไม่ใช่อายุความ กรณีไม่อาจนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดย่อมไม่อาจอ้างเหตุเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงได้ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า การที่จำเลยที่ 1 กับพวกยึดทรัพย์สินของโจทก์ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งเจ็ดฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ-ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
37857
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069964"
    }
}
date
2543
deka_no
7429/2543
deka_running_no
7429
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ",
    "ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมศักดิ์ ประเสริฐกมลชัย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการที่ 1743/2541 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541 ประกาศจังหวัดสมุทรปราการลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2541 ให้ยึดทรัพย์สินและคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 85865 เลขที่ดิน 3617 หน้าสำรวจ 3124 เนื้อที่ 16 ตารางวาตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการพร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 189/48 และให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 75,000 บาทแก่โจทก์ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งเจ็ดยึดไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะเพิกถอนคำสั่งและประกาศยึดทรัพย์สิน

จำเลยทั้งเจ็ดให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1ตลอดจนคำสั่งให้ยึดและขายทอดตลาดที่ดินของโจทก์ได้กระทำโดยชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 85865 เลขที่ดิน 3617 หน้าสำรวจ 3124 ตำบลปากคลองบางปลากดอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และสิ่งปลูกสร้างอาคาร 2 ชั้นเลขที่ 189/48 หมู่ที่ 3 ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์จังหวัดสมุทรปราการ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "การใช้วิธีการยึดอายัดทรัพย์สินและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 นั้น มีกำหนดเวลา 10 ปี ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 12 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2526 ซึ่งถือว่าเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1ได้ใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ทราบการประเมินแล้วไม่ชำระจำเลยที่ 1 ชอบที่จะใช้อำนาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันถัดจากวันที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมิน ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กับพวกยึดทรัพย์สินของโจทก์ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 จึงล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ 1ย่อมหมดสิทธิที่จะใช้วิธีการนี้บังคับแก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์อ้างว่าคดีนี้ก่อนที่จะพ้น 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นคดีล้มละลายต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2536 เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(2) จำเลยทั้งเจ็ดจึงชอบที่จะยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้แม้จะเกิน 10 ปีนั้น เห็นว่า กำหนดเวลาบังคับชำระหนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271ดังกล่าว เป็นเรื่องระยะเวลาที่จะบังคับแก่ผู้ที่ค้างชำระหนี้ภาษีอากรไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงไม่ใช่อายุความ กรณีไม่อาจนำเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดย่อมไม่อาจอ้างเหตุเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงได้ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า การที่จำเลยที่ 1 กับพวกยึดทรัพย์สินของโจทก์ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งเจ็ดฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001162.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543