คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3070/2550 ฉบับเต็ม

#379596
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3070/2550 บริษัทเงินทุนเอส จี สินเอเซีย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง บริษัทนครหลวงวัตถุก่อสร้าง และ คอนกรีตอัดแรง จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 161, มาตรา 289 ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้มาชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น ถือเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องได้ฟ้องบังคับจำนองจำเลยนั่นเอง แม้โจทก์คัดค้านก็ไม่ถือว่าผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อโจทก์ จำเลยมีหน้าที่จะต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้แทนผู้ร้อง หรือนัยหนึ่งให้ไปเรียกเอาจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกขายทอดตลาดได้ ไม่ใช่โจทก์ต้องรับผิดเพราะโจทก์เป็นฝ่ายคัดค้านเสมอไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 59,879,666.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ แต่จำเลยทั้งแปดไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1945 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวซึ่งจำเลยที่ 2 จำนองไว้เป็นประกันหนี้ต่อผู้ร้องในวงเงินจำนองทั้งสิ้น 123,000,000 บาท โดยผู้ร้องได้ฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่ผู้ร้องและศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แต่จำเลยที่ 2 ยังคงไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130,816,866 บาท ต่อมาโจทก์ได้นำยึดที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและมีสิทธิที่จะบังคับคดีกับทรัพย์จำนองดังกล่าว ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ยถึงวันขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและมีบุริมสิทธิในฐานะผู้รับจำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น หากโจทก์ถอนการยึดทรัพย์หรือถอนการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีต่อไปผู้ร้องขอสวมสิทธิเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์เนื่องจากผู้ร้องเป็นเพียงเจ้าหนี้สามัญซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับโจทก์เพราะผู้ร้องมิได้ฟ้องบังคับจำนอง แต่ได้ฟ้องคดีเดิมแบบหนี้สามัญโดยสละบุริมสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่เหนือทรัพย์จำนอง จึงขอรับชำระหนี้ก่อนไม่ได้ ขอให้ยกคำร้อง จำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาในชั้นนี้มีว่า โจทก์จะต้องใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ร้องขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้มาชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น ถือเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องได้ฟ้องบังคับจำนองจำเลยนั่นเอง แม้โจทก์คัดค้านก็ไม่ถือว่าผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อโจทก์ การที่จำเลยถูกผู้ร้องร้องขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้มาชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่นเสมือนหนึ่งผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อจำเลยแล้ว จำเลยก็มีหน้าที่จะต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้แทนผู้ร้อง หรือนัยหนึ่งให้ไปเรียกเอาจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกขายทอดตลาดได้ ไม่ใช่โจทก์ต้องรับผิดเพราะโจทก์เป็นฝ่ายคัดค้านเสมอไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่ต้องใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
379596
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017309"
    }
}
date
2550
deka_no
3070/2550
deka_running_no
3070
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 161",
            "ม. 289"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนเอส จี สินเอเซีย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทนครหลวงวัตถุก่อสร้าง และ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "คอนกรีตอัดแรง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 59,879,666.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ แต่จำเลยทั้งแปดไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1945 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องรับจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวซึ่งจำเลยที่ 2 จำนองไว้เป็นประกันหนี้ต่อผู้ร้องในวงเงินจำนองทั้งสิ้น 123,000,000 บาท โดยผู้ร้องได้ฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่ผู้ร้องและศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แต่จำเลยที่ 2 ยังคงไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130,816,866 บาท ต่อมาโจทก์ได้นำยึดที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและมีสิทธิที่จะบังคับคดีกับทรัพย์จำนองดังกล่าว ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ยถึงวันขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและมีบุริมสิทธิในฐานะผู้รับจำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น หากโจทก์ถอนการยึดทรัพย์หรือถอนการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีต่อไปผู้ร้องขอสวมสิทธิเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์เนื่องจากผู้ร้องเป็นเพียงเจ้าหนี้สามัญซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับโจทก์เพราะผู้ร้องมิได้ฟ้องบังคับจำนอง แต่ได้ฟ้องคดีเดิมแบบหนี้สามัญโดยสละบุริมสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่เหนือทรัพย์จำนอง จึงขอรับชำระหนี้ก่อนไม่ได้ ขอให้ยกคำร้อง

จำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาในชั้นนี้มีว่า โจทก์จะต้องใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ร้องขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้มาชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น ถือเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องได้ฟ้องบังคับจำนองจำเลยนั่นเอง แม้โจทก์คัดค้านก็ไม่ถือว่าผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อโจทก์ การที่จำเลยถูกผู้ร้องร้องขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้มาชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่นเสมือนหนึ่งผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อจำเลยแล้ว จำเลยก็มีหน้าที่จะต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้แทนผู้ร้อง หรือนัยหนึ่งให้ไปเรียกเอาจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกขายทอดตลาดได้ ไม่ใช่โจทก์ต้องรับผิดเพราะโจทก์เป็นฝ่ายคัดค้านเสมอไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่ต้องใช้ค่าขึ้นศาลจำนวน 100,000 บาท แทนผู้ร้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000688.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550