คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7263/2543 ฉบับเต็ม

#38450
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7263/2543 นาย ปิติ คุณกุลวรนันทน์ โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 15 มติของคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคมเป็นเพียงการตอบข้อหารือในเรื่องการจ่ายค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค ตามที่โรงพยาบาล ม. หารือไป มิใช่คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จำเลยจะส่งมติดังกล่าวไปให้โรงพยาบาลม. อันเป็นสถานพยาบาลที่โจทก์เลือกเพื่อเข้ารับการรักษาตามสิทธิก็ไม่มีผลบังคับให้โรงพยาบาล ม. ต้องปฏิบัติตาม ทั้งไม่มีผลตัดสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาจนเต็มจำนวนหากโจทก์มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกได้ มติของคณะกรรมการการแพทย์ดังกล่าวจึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกันตนในปี 2539 โจทก์เลือกโรงพยาบาลมเหสักข์เป็นสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ ต่อมาโจทก์ป่วยมีอาการของโรคหัวใจเต้นผิดปกติ โรงพยาบาลมเหสักข์ได้ส่งโจทก์ไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการผ่าตัดใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากโรงพยาบาลมเหสักข์ไม่สามารถทำการผ่าตัดให้ได้โรงพยาบาลศิริราชไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจึงให้โจทก์ทดรองจ่ายซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวไปก่อน หลังทำการผ่าตัดเสร็จแล้วโรงพยาบาลศิริราชได้มีหนังสือแจ้งให้โรงพยาบาลมเหสักข์จ่ายค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์คืนให้แก่โจทก์ แต่โรงพยาบาลมเหสักข์ไม่ยอมจ่าย ต่อมาคณะกรรมการการแพทย์สำนักงานประกันสังคม ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลมเหสักข์แจ้งมติคณะกรรมการการแพทย์ว่าโจทก์ต้องรับผิดชอบค่าอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าวเอง ขอให้เพิกถอนมติคณะกรรมการการแพทย์และมีคำสั่งว่าโจทก์ในฐานะผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับการคุ้มครองในการรับการรักษาพยาบาลเต็มจำนวน จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะจำเลยหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่เคยมีคำสั่งตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ. 2533 ให้โจทก์ปฏิบัติแต่อย่างใด คงมีแต่มติคณะกรรมการการแพทย์ที่ตอบข้อหารือของโรงพยาบาลมเหสักข์และตามหนังสือร้องเรียนของโจทก์เท่านั้น อันมิใช่คำสั่งของจำเลยหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มติของคณะกรรมการการแพทย์ดังกล่าวเป็นการตอบข้อหารือในเรื่องการจ่ายค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคของโรงพยาบาลมเหสักข์ให้แก่โจทก์อันเป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 15(4) มิใช่คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จำเลยจะส่งมติดังกล่าวไปให้โรงพยาบาลมเหสักข์ก็ไม่มีผลบังคับให้โรงพยาบาลมเหสักข์ต้องปฏิบัติตาม อีกทั้งไม่มีผลตัดสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาจนเต็มจำนวนหากโจทก์มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกได้ ดังนั้น มติของคณะกรรมการการแพทย์ตามหนังสือที่ รส. 0709/6625 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 ข้อ 2 ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ต่อไป" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-สละ เทศรำพรรณ-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
38450
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070188"
    }
}
date
2543
deka_no
7263/2543
deka_running_no
7263
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "สละ เทศรำพรรณ",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ปิติ คุณกุลวรนันทน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกันตนในปี 2539 โจทก์เลือกโรงพยาบาลมเหสักข์เป็นสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ ต่อมาโจทก์ป่วยมีอาการของโรคหัวใจเต้นผิดปกติ โรงพยาบาลมเหสักข์ได้ส่งโจทก์ไปโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการผ่าตัดใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากโรงพยาบาลมเหสักข์ไม่สามารถทำการผ่าตัดให้ได้โรงพยาบาลศิริราชไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจึงให้โจทก์ทดรองจ่ายซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวไปก่อน หลังทำการผ่าตัดเสร็จแล้วโรงพยาบาลศิริราชได้มีหนังสือแจ้งให้โรงพยาบาลมเหสักข์จ่ายค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์คืนให้แก่โจทก์ แต่โรงพยาบาลมเหสักข์ไม่ยอมจ่าย ต่อมาคณะกรรมการการแพทย์สำนักงานประกันสังคม ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลมเหสักข์แจ้งมติคณะกรรมการการแพทย์ว่าโจทก์ต้องรับผิดชอบค่าอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าวเอง ขอให้เพิกถอนมติคณะกรรมการการแพทย์และมีคำสั่งว่าโจทก์ในฐานะผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับการคุ้มครองในการรับการรักษาพยาบาลเต็มจำนวน

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะจำเลยหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่เคยมีคำสั่งตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ. 2533 ให้โจทก์ปฏิบัติแต่อย่างใด คงมีแต่มติคณะกรรมการการแพทย์ที่ตอบข้อหารือของโรงพยาบาลมเหสักข์และตามหนังสือร้องเรียนของโจทก์เท่านั้น อันมิใช่คำสั่งของจำเลยหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มติของคณะกรรมการการแพทย์ดังกล่าวเป็นการตอบข้อหารือในเรื่องการจ่ายค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคของโรงพยาบาลมเหสักข์ให้แก่โจทก์อันเป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 15(4) มิใช่คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จำเลยจะส่งมติดังกล่าวไปให้โรงพยาบาลมเหสักข์ก็ไม่มีผลบังคับให้โรงพยาบาลมเหสักข์ต้องปฏิบัติตาม อีกทั้งไม่มีผลตัดสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับค่าอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาจนเต็มจำนวนหากโจทก์มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกได้ ดังนั้น มติของคณะกรรมการการแพทย์ตามหนังสือที่ รส. 0709/6625 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 ข้อ 2 ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ต่อไป"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001164.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543