คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7703/2543 ฉบับเต็ม

#38458
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7703/2543 นางสาว อุมาพร แซ่เบ๊ โจทก์ นางสาว ภคนันท์หรือนวลลออ อภิมุขดิลกหรือปวรัตม์ ผู้ร้อง บริษัท เดอะฟิฟท์สตรีท จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14, มาตรา 91, มาตรา 135 แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ แต่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา 91 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องดังนี้ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 135 ได้ นอกจากนั้นเหตุต่าง ๆ ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้นั้นล้วนแต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นจะพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 14 คือถ้ามีเหตุดังกล่าวก็ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 135(2) ได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2539 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และวันที่ 15 ตุลาคม 2540 ได้พิพากษาให้จำเลยลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 61 เจ้าหนี้รายที่ 1 เจ้าหนี้รายที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่มีเจ้าหนี้หรือลูกหนี้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้เจ้าหนี้ทั้งสามรายมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าหนี้ทั้งสามได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 ต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ เพราะผู้ร้องเสียหายเนื่องจากผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2542 แล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องเพราะเหตุว่าผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ทั้งความจริงลูกหนี้ก็มิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 18 มีนาคม 2542 ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135(2) หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องดังกล่าวเพราะโจทก์จำเลยคบคิดกันฉ้อฉลให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายทั้งที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน และจำเลยเป็นบริษัทมีทุนจดทะเบียนถึง60,000,000 บาท และยังมีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมีมูลค่าไม่น้อยกว่า400,000,000 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ แต่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135 ได้ นอกจากนี้แล้วเหตุต่าง ๆ ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้นั้นล้วนแต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นจะพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 คือถ้ามีเหตุดังกล่าวที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135(2) ได้อีกที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-พิชัย เตโชพิทยากูล-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
38458
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069733"
    }
}
date
2543
deka_no
7703/2543
deka_running_no
7703
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 14",
            "ม. 91",
            "ม. 135"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว อุมาพร แซ่เบ๊"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาว ภคนันท์หรือนวลลออ อภิมุขดิลกหรือปวรัตม์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท เดอะฟิฟท์สตรีท จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2539 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และวันที่ 15 ตุลาคม 2540 ได้พิพากษาให้จำเลยลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 61

เจ้าหนี้รายที่ 1 เจ้าหนี้รายที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่มีเจ้าหนี้หรือลูกหนี้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้เจ้าหนี้ทั้งสามรายมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าหนี้ทั้งสามได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 ต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ เพราะผู้ร้องเสียหายเนื่องจากผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2542 แล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องเพราะเหตุว่าผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ทั้งความจริงลูกหนี้ก็มิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 18 มีนาคม 2542 ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135(2) หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องดังกล่าวเพราะโจทก์จำเลยคบคิดกันฉ้อฉลให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายทั้งที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน และจำเลยเป็นบริษัทมีทุนจดทะเบียนถึง60,000,000 บาท และยังมีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมีมูลค่าไม่น้อยกว่า400,000,000 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ แต่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135 ได้ นอกจากนี้แล้วเหตุต่าง ๆ ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้นั้นล้วนแต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นจะพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 คือถ้ามีเหตุดังกล่าวที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาขอให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135(2) ได้อีกที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001160.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543