คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8682/2543 ฉบับเต็ม

#38473
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8682/2543 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายอุทิศ เม่นจีน จำเลย ป.อ. มาตรา 56, มาตรา 58 ป.วิ.อ. มาตรา 212 จำเลยกระทำความผิดคดีนี้อีกเป็นครั้งที่สามภายในเวลาที่รอการลงโทษไว้ในสองคดีก่อน แสดงว่าจำเลยไม่เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัว ไม่มีประโยชน์ที่จะปราณีรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนสองคดีมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ ศาลฎีกามีอำนาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก และกรณีมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎหมายบังคับให้ดำเนินการ ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำผิดในข้อหาเดียวกับคดีนี้ 2 ครั้งแล้ว ซึ่งศาลเคยให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี แต่จำเลยไม่รู้สำนึกกลับมากระทำผิดคดีนี้อีกภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จึงไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีกและเมื่อศาลใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกแล้วจึงเห็นสมควรไม่บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับคดีนี้คำขอในส่วนนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 ให้ลงโทษจำคุก3 เดือนและปรับ 2,500 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541 และเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือนและปรับ 2,500 บาท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542ศาลชั้นต้นในแต่ละคดีดังกล่าวให้โอกาสจำเลยกลับตนโดยรอการลงโทษจำคุกให้ แต่จำเลยยังกระทำความผิดเป็นคดีนี้อีกเป็นครั้งที่สามภายในเวลาที่รอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดี แสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษที่จะได้รับตามกฎหมาย การที่จะปราณีรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก จึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้นั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า"เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่าภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลังหรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้วแต่กรณี" คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้ นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องเมื่อในระหว่างที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน จำเลยได้มากระทำความผิดคดีนี้อีก ศาลที่พิพากษาคดีหลังจึงต้องนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ที่ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 วรรคแรกดังกล่าว และกรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎหมายบังคับให้ศาลพิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วยทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 9 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 (กมล เพียรพิทักษ์-สมชาย พงษธา-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
38473
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068843"
    }
}
date
2543
deka_no
8682/2543
deka_running_no
8682
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "สมชาย พงษธา",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56",
            "ม. 58"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 212"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุทิศ เม่นจีน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำผิดในข้อหาเดียวกับคดีนี้ 2 ครั้งแล้ว ซึ่งศาลเคยให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี แต่จำเลยไม่รู้สำนึกกลับมากระทำผิดคดีนี้อีกภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จึงไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีกและเมื่อศาลใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกแล้วจึงเห็นสมควรไม่บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับคดีนี้คำขอในส่วนนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 ให้ลงโทษจำคุก3 เดือนและปรับ 2,500 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2541 และเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือนและปรับ 2,500 บาท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542ศาลชั้นต้นในแต่ละคดีดังกล่าวให้โอกาสจำเลยกลับตนโดยรอการลงโทษจำคุกให้ แต่จำเลยยังกระทำความผิดเป็นคดีนี้อีกเป็นครั้งที่สามภายในเวลาที่รอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดี แสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษที่จะได้รับตามกฎหมาย การที่จะปราณีรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก จึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์แก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้นั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า"เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่าภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลังหรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้วแต่กรณี" คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้ นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องเมื่อในระหว่างที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน จำเลยได้มากระทำความผิดคดีนี้อีก ศาลที่พิพากษาคดีหลังจึงต้องนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ที่ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 วรรคแรกดังกล่าว และกรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยเพราะกฎหมายบังคับให้ศาลพิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วยทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1985/2541 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1228/2542ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 9 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001152.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543