คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5719/2545 ฉบับเต็ม

#396092
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5719/2545 บริษัทถาวรอุตสาหกรรมการทอ จำกัด โจทก์ ศาลอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 23, มาตรา 30 ป.วิ.พ. มาตรา 55 การตั้งอนุญาโตตุลาการเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทโดยคู่สัญญาไม่จำต้องนำคดีมาสู่ศาลก่อน ซึ่งตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 23 และ 30 บัญญัติให้คู่ความนำคดีมาร้องขอต่อศาลในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดไม่ยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 โดยอนุญาโตตุลาการ หลังจากมีข้อพิพาทแล้วจำเลยที่ 3 เสนอข้อพิพาทให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอนุญาโตตุลาการ และจำเลยที่ 1 ตั้งจำเลยที่ 4 เป็นอนุญาโตตุลาการ แม้โจทก์จะมีข้อโต้แย้งว่าสัญญาอนุญาโตตุลาการสมบูรณ์หรือไม่ หรืออนุญาโตตุลาการมีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่โจทก์จะไปว่ากล่าวเป็นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ เมื่อไม่ปรากฎว่าได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการและอนุญาโตตุลาการได้มีคำวินิจฉัยแล้ว กรณีจึงยังไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่านิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 เป็นโมฆะ จำเลยที่ 3 ไม่มีสิทธิเสนอข้อพิพาทต่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาชี้ขาด และจำเลยที่ 4 ไม่มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาท ให้เพิกถอนคำสั่งตั้งจำเลยที่ 4 เป็นอนุญาโตตุลาการให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยุติการพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาท ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กับอีกเดือนละ 2,050,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะไม่เกี่ยวข้องกับโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอุทธรณ์ในส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 จากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า การตั้งอนุญาโตตุลาการเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทของคู่สัญญาวิธีหนึ่งโดยไม่จำต้องนำคดีมาสู่ศาลก่อน และเป็นข้อตกลงที่เป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา ซึ่งตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 23 และ 30 ต่างบัญญัติให้คู่ความนำคดีมาร้องขอต่อศาลในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดไม่ยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น เมื่อคำฟ้องโจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 โดยอนุญาโตตุลาการ หลังจากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอนุญาโตตุลาการรับคำขอของจำเลยที่ 3 ที่เสนอให้วินิจฉัยข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 1 ตั้งจำเลยที่ 4 เป็นอนุญาโตตุลาการ แม้โจทก์จะมีข้อโต้แย้งว่า สัญญาอนุญาโตตุลาการสมบูรณ์หรือไม่ หรืออนุญาโตตุลาการมีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคู่สัญญาดังกล่าวจะยกขึ้นว่ากล่าวเป็นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ เมื่อกรณีไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 4 ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการและได้มีคำวินิจฉัยแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ตามคำฟ้องก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่อาจเสนอคดีต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น... พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ประชา ประสงค์จรรยา) ศาลแพ่ง - นายวรงศ์พร จิระภาค ศาลอุทธรณ์ - นายธีระเดช เกาไศยนันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ค)210/2544 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
396092
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายวรงศ์พร จิระภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธีระเดช เกาไศยนันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049735"
    }
}
date
2545
deka_no
5719/2545
deka_running_no
5719
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทถาวรอุตสาหกรรมการทอ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ศาลอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่านิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 เป็นโมฆะ จำเลยที่ 3 ไม่มีสิทธิเสนอข้อพิพาทต่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาชี้ขาด และจำเลยที่ 4 ไม่มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาท ให้เพิกถอนคำสั่งตั้งจำเลยที่ 4 เป็นอนุญาโตตุลาการให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยุติการพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาท ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กับอีกเดือนละ 2,050,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะไม่เกี่ยวข้องกับโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอุทธรณ์ในส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 จากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า การตั้งอนุญาโตตุลาการเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทของคู่สัญญาวิธีหนึ่งโดยไม่จำต้องนำคดีมาสู่ศาลก่อน และเป็นข้อตกลงที่เป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา ซึ่งตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 มาตรา 23 และ 30 ต่างบัญญัติให้คู่ความนำคดีมาร้องขอต่อศาลในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายใดไม่ยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น เมื่อคำฟ้องโจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 โดยอนุญาโตตุลาการ หลังจากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอนุญาโตตุลาการรับคำขอของจำเลยที่ 3 ที่เสนอให้วินิจฉัยข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 1 ตั้งจำเลยที่ 4 เป็นอนุญาโตตุลาการ แม้โจทก์จะมีข้อโต้แย้งว่า สัญญาอนุญาโตตุลาการสมบูรณ์หรือไม่ หรืออนุญาโตตุลาการมีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคู่สัญญาดังกล่าวจะยกขึ้นว่ากล่าวเป็นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ เมื่อกรณีไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 4 ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการและได้มีคำวินิจฉัยแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ตามคำฟ้องก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่อาจเสนอคดีต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น...

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000982.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ค)210/2544
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545