คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6830/2543 ฉบับเต็ม

#40469
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6830/2543 นายสมศักดิ์ สุภัทธร โจทก์ นายประวิทย์ สายโอภาส จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 141 (5), มาตรา 226, มาตรา 243 (1), มาตรา 246, มาตรา 247 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 6, มาตรา 14, มาตรา 153 เดิม ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ครบถ้วนตามประเด็นแห่งคดีของโจทก์เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(5),246 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 แต่โจทก์ได้ยกปัญหาดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยตามปัญหาข้อนี้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าลักษณะของจำเลยต้องด้วยกฎเกณฑ์ตามกฎหมายที่ศาลจะพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายได้แล้ว แต่กฎหมายกำหนดให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเสียก่อน เพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายหากไม่มีการประนอมหนี้หรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้ว ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 61 ทันที คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจึงเป็นคำสั่งชี้ขาดคดีมีผลเป็นคำพิพากษา ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ภายหลังเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจึงมิใช่คำสั่งในระหว่างพิจารณาและไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่แล้ว โจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอคัดและถ่ายเอกสารคำเบิกความพยานโจทก์รายงานกระบวนพิจารณารายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พร้อมเอกสารประกอบรายงาน คำสั่งให้พิจารณาใหม่เพื่อใช้ประกอบการเขียนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้ว แต่จนกระทั่งก่อนครบกำหนดอุทธรณ์ 1 วัน และเป็นวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นก็ยังไม่สามารถจัดการให้โจทก์ได้รับสำเนาเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ถึงวันตามที่โจทก์ขอ อุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ที่ได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดที่ศาลฎีกาขยายระยะเวลาให้ ชอบที่จะรับฎีกาโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป อุทธรณ์ในส่วนที่เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ซึ่งเป็นคำสั่งที่แยกได้ต่างหากจากคำสั่งระหว่างพิจารณาในการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายและไม่ได้ขอขยายระยะเวลาไว้เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่อาจรับไว้ดำเนินการได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ระหว่างไต่สวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลว่าในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกได้มีมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นจึงกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาแต่ต่อมาได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเพื่อรอผลการขอให้พิจารณาใหม่ก่อนในระหว่างไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านที่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและการที่ศาลสืบพยานจำเลยไปขณะที่ทนายโจทก์ท้องเสียเข้าห้องสุขาอยู่ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยแล้วอนุญาตให้พิจารณาใหม่ โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์ในระหว่างการพิจารณาใหม่ไม่ได้ จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาและคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่รวมตลอดทั้งคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ทั้งศาลไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เพราะเหตุโจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย โดยมิได้วินิจฉัยว่ามีเหตุสมควรขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามคำร้องของโจทก์ด้วยหรือไม่ เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพื่อให้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นอยู่ในกำหนดระยะเวลาที่ได้ขออนุญาตขยายระยะเวลาไว้แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยปัญหาให้ครบถ้วนตามประเด็นแห่งคดีของโจทก์ อันเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(5), 246 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 153 แต่เมื่อโจทก์ได้ยกปัญหาดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยตามปัญหาข้อนี้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ซึ่งในปัญหาดังกล่าวเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 14 ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าลักษณะของจำเลยต้องด้วยกฎเกณฑ์ตามกฎหมายที่ศาลจะพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายได้แล้ว แต่กฎหมายกำหนดให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเสียก่อน เพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย หากไม่มีการประนอมหนี้หรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้ว ศาลชั้นต้นต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 61 ทันที คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจึงเป็นคำสั่งชี้ขาดคดีมีผลเป็นคำพิพากษา ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ภายหลังเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจึงมิใช่คำสั่งในระหว่างพิจารณาและไม่ต้องห้ามอุทธรณ์อันจะเป็นเหตุให้ไม่อาจขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ความว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 แล้วโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอคัดและถ่ายเอกสารคำเบิกความพยานโจทก์รายงานกระบวนพิจารณา รายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พร้อมเอกสารประกอบรายงาน คำสั่งให้พิจารณาใหม่ เพื่อใช้ประกอบการเขียนอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้วแต่จนกระทั่งวันที่ 3 มิถุนายน 2542 ซึ่งก่อนครบกำหนดอุทธรณ์ 1 วัน และเป็นวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นก็ยังไม่สามารถจัดการให้โจทก์ได้รับสำเนาเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153ที่ศาลชั้นต้นไม่ขยายระยะเวลาและศาลล่างทั้งสองไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นสมควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2542 ตามที่โจทก์ขอดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ที่ได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดที่ศาลฎีกาขยายระยะเวลาให้ ชอบที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไป เว้นแต่อุทธรณ์ในส่วนที่เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ซึ่งเป็นคำสั่งที่แยกได้ต่างหากจากคำสั่งระหว่างพิจารณาในการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายและไม่ได้ขอขยายระยะเวลาไว้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่อาจรับไว้ดำเนินการได้ ให้ยกอุทธรณ์ในข้อที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย พิพากษากลับว่า ให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2542 และให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นไว้แล้วไว้ดำเนินการต่อไป (สมชาย พงษธา-จำลอง สุขศิริ-ชวลิต ยอดเณร) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40469
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070913"
    }
}
date
2543
deka_no
6830/2543
deka_running_no
6830
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "จำลอง สุขศิริ",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 141 (5)",
            "ม. 226",
            "ม. 243 (1)",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 14",
            "ม. 153 เดิม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ สุภัทธร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประวิทย์ สายโอภาส"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ระหว่างไต่สวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลว่าในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกได้มีมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นจึงกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาแต่ต่อมาได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเพื่อรอผลการขอให้พิจารณาใหม่ก่อนในระหว่างไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านที่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและการที่ศาลสืบพยานจำเลยไปขณะที่ทนายโจทก์ท้องเสียเข้าห้องสุขาอยู่

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยแล้วอนุญาตให้พิจารณาใหม่

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์ในระหว่างการพิจารณาใหม่ไม่ได้ จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาและคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่รวมตลอดทั้งคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย

ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ทั้งศาลไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว ไม่รับอุทธรณ์

โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เพราะเหตุโจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย โดยมิได้วินิจฉัยว่ามีเหตุสมควรขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามคำร้องของโจทก์ด้วยหรือไม่ เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพื่อให้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นอยู่ในกำหนดระยะเวลาที่ได้ขออนุญาตขยายระยะเวลาไว้แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยปัญหาให้ครบถ้วนตามประเด็นแห่งคดีของโจทก์ อันเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(5), 246 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 153 แต่เมื่อโจทก์ได้ยกปัญหาดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยตามปัญหาข้อนี้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ซึ่งในปัญหาดังกล่าวเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 14 ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดก็ต่อเมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่าลักษณะของจำเลยต้องด้วยกฎเกณฑ์ตามกฎหมายที่ศาลจะพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายได้แล้ว แต่กฎหมายกำหนดให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเสียก่อน เพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย หากไม่มีการประนอมหนี้หรือการประนอมหนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้ว ศาลชั้นต้นต้องพิพากษาให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 61 ทันที คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจึงเป็นคำสั่งชี้ขาดคดีมีผลเป็นคำพิพากษา ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ภายหลังเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจึงมิใช่คำสั่งในระหว่างพิจารณาและไม่ต้องห้ามอุทธรณ์อันจะเป็นเหตุให้ไม่อาจขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ความว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 แล้วโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอคัดและถ่ายเอกสารคำเบิกความพยานโจทก์รายงานกระบวนพิจารณา รายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พร้อมเอกสารประกอบรายงาน คำสั่งให้พิจารณาใหม่ เพื่อใช้ประกอบการเขียนอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2542 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้วแต่จนกระทั่งวันที่ 3 มิถุนายน 2542 ซึ่งก่อนครบกำหนดอุทธรณ์ 1 วัน และเป็นวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นก็ยังไม่สามารถจัดการให้โจทก์ได้รับสำเนาเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153ที่ศาลชั้นต้นไม่ขยายระยะเวลาและศาลล่างทั้งสองไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเห็นสมควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2542 ตามที่โจทก์ขอดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ที่ได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดที่ศาลฎีกาขยายระยะเวลาให้ ชอบที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไป เว้นแต่อุทธรณ์ในส่วนที่เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ซึ่งเป็นคำสั่งที่แยกได้ต่างหากจากคำสั่งระหว่างพิจารณาในการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายและไม่ได้ขอขยายระยะเวลาไว้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่อาจรับไว้ดำเนินการได้ ให้ยกอุทธรณ์ในข้อที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย

พิพากษากลับว่า ให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2542 และให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นไว้แล้วไว้ดำเนินการต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001171.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543