คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6882/2543 ฉบับเต็ม

#40470
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6882/2543 นายประทวน สังข์เจริญ กับพวก โจทก์ บริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 28, มาตรา 29, มาตรา 59, มาตรา 150, มาตรา 174, มาตรา ตาราง 1 การพิจารณาว่าคดีใดจะต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด จำต้องพิจารณาจากคำฟ้องของคดีนั้นเป็นเกณฑ์ โจทก์ทั้งยี่สิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาด โดยมิได้เกี่ยวข้องกัน โจทก์ทั้งยี่สิบจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีและต่างใช้สิทธิฟ้องคดีนี้เป็นการเฉพาะตัวโจทก์ทั้งยี่สิบสามารถที่จะยื่นฟ้องจำเลยแยกจากกันได้ ทั้งศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยออกจากกันหรือศาลอาจให้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกันได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสะดวกรวดเร็ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงแยกจากกันได้ เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องจำเลยรวมกันมาในคดีเดียวกัน จึงต้องคำนวณค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายคน การที่โจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นการทิ้งฟ้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งแปดห้ามเกี่ยวข้องกับตลาดปัฐวิกรณ์ และให้เลิกกระทำการใด ๆอันเป็นการข่มขู่คุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบเพื่อมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติกับให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราวันละ 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ให้แก่โจทก์ทุกคนต่อไปจนกว่าจะเลิกเข้าเกี่ยวข้องในตลาด กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 6566/2540 ระหว่างบริษัทโชคชัยทรัพย์ทวีจำกัด โจทก์ บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด กับพวก จำเลย ลงวันที่ 27เมษายน 2541 ระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งยี่สิบขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ให้การต่อสู้คดีว่ามิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลรวมกันมาเพียง 200 บาท และค่าขึ้นศาลในอนาคต 100 บาท นั้นเป็นการไม่ถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยให้เสียเป็นรายคนคนละ 300 บาท รวมโจทก์ยี่สิบคนเป็นเงิน6,000 บาท แต่โจทก์ทั้งยี่สิบเสียมาแล้ว 300 บาท คงต้องเสียเพิ่มอีกจำนวน 5,700 บาท โดยให้เสียภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดโจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งยี่สิบทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดี โจทก์ทั้งยี่สิบอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งยี่สิบฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิจารณาว่าคดีใดจะต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด จำต้องพิจารณาจากคำฟ้องของคดีนั้นเป็นเกณฑ์ ตามคำฟ้องคดีนี้ โจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยกล่าวอ้างว่า โจทก์แต่ละคนเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์จากนายภูเทพ สิทธิถาวร ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 จำเลยทั้งแปดได้ร่วมกันละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยนำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 มาปิดที่ตลาดดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งแปดยังร่วมกันข่มขู่บังคับให้โจทก์ทั้งยี่สิบทำสัญญาเช่าใหม่กับจำเลยที่ 1 และชำระค่าเช่าต่อจำเลยที่ 2 ทั้งยังคุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติ ทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบได้รับความเสียหาย โจทก์แต่ละคนขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยทั้งแปดวันละ 10,000 บาท กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้น เห็นได้ว่า โจทก์ทั้งยี่สิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์ โดยมิได้เกี่ยวข้องกัน โจทก์ทั้งยี่สิบจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีและต่างใช้สิทธิฟ้องคดีนี้เป็นการเฉพาะตัวโจทก์ทั้งยี่สิบสามารถที่จะยื่นฟ้องจำเลยทั้งแปดแยกจากกันได้ ทั้งศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยทั้งแปดออกจากกันหรือศาลอาจให้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกันได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสะดวกรวดเร็ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงแยกจากกันได้ เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบคดีนี้ฟ้องจำเลยทั้งแปดรวมกันมาในคดีเดียวกัน จึงต้องคำนวณค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้อง มิใช่เสียค่าขึ้นศาลรวมกันที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายคน คนละ 300 บาท รวมจำนวน5,700 บาท นั้นชอบแล้ว การที่โจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการทิ้งฟ้อง พิพากษายืน (กมล เพียรพิทักษ์-สมชาย พงษธา-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40470
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070816"
    }
}
date
2543
deka_no
6882/2543
deka_running_no
6882
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "สมชาย พงษธา",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 28",
            "ม. 29",
            "ม. 59",
            "ม. 150",
            "ม. 174",
            "ม. ตาราง 1"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประทวน สังข์เจริญ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งแปดห้ามเกี่ยวข้องกับตลาดปัฐวิกรณ์ และให้เลิกกระทำการใด ๆอันเป็นการข่มขู่คุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบเพื่อมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติกับให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราวันละ 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ให้แก่โจทก์ทุกคนต่อไปจนกว่าจะเลิกเข้าเกี่ยวข้องในตลาด กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 6566/2540 ระหว่างบริษัทโชคชัยทรัพย์ทวีจำกัด โจทก์ บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด กับพวก จำเลย ลงวันที่ 27เมษายน 2541 ระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งยี่สิบขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ให้การต่อสู้คดีว่ามิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลรวมกันมาเพียง 200 บาท และค่าขึ้นศาลในอนาคต 100 บาท นั้นเป็นการไม่ถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยให้เสียเป็นรายคนคนละ 300 บาท รวมโจทก์ยี่สิบคนเป็นเงิน6,000 บาท แต่โจทก์ทั้งยี่สิบเสียมาแล้ว 300 บาท คงต้องเสียเพิ่มอีกจำนวน 5,700 บาท โดยให้เสียภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดโจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งยี่สิบทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดี

โจทก์ทั้งยี่สิบอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ทั้งยี่สิบฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิจารณาว่าคดีใดจะต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด จำต้องพิจารณาจากคำฟ้องของคดีนั้นเป็นเกณฑ์ ตามคำฟ้องคดีนี้ โจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยกล่าวอ้างว่า โจทก์แต่ละคนเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์จากนายภูเทพ สิทธิถาวร ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 จำเลยทั้งแปดได้ร่วมกันละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยนำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 มาปิดที่ตลาดดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งแปดยังร่วมกันข่มขู่บังคับให้โจทก์ทั้งยี่สิบทำสัญญาเช่าใหม่กับจำเลยที่ 1 และชำระค่าเช่าต่อจำเลยที่ 2 ทั้งยังคุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติ ทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบได้รับความเสียหาย โจทก์แต่ละคนขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยทั้งแปดวันละ 10,000 บาท กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้น เห็นได้ว่า โจทก์ทั้งยี่สิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์ โดยมิได้เกี่ยวข้องกัน โจทก์ทั้งยี่สิบจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีและต่างใช้สิทธิฟ้องคดีนี้เป็นการเฉพาะตัวโจทก์ทั้งยี่สิบสามารถที่จะยื่นฟ้องจำเลยทั้งแปดแยกจากกันได้ ทั้งศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยทั้งแปดออกจากกันหรือศาลอาจให้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกันได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสะดวกรวดเร็ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงแยกจากกันได้ เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบคดีนี้ฟ้องจำเลยทั้งแปดรวมกันมาในคดีเดียวกัน จึงต้องคำนวณค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้อง มิใช่เสียค่าขึ้นศาลรวมกันที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายคน คนละ 300 บาท รวมจำนวน5,700 บาท นั้นชอบแล้ว การที่โจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการทิ้งฟ้อง

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001170.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543