คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8308/2543 ฉบับเต็ม

#40493
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8308/2543 พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นาย อำนาจ เฉลิมบุญ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 เมื่อสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้วศาลควรจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มิใช่พิพากษายกฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1)(3) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(3) ให้จำคุก3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ข้อความในบันทึกเอกสารหมายจ.7 แม้จะมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ความในตอนท้ายของบันทึกดังกล่าวระบุว่า หากไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ จำเลยยินยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเงื่อนไขยินยอมให้ดำเนินคดีต่อไป หมายถึงการดำเนินคดีอาญาตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนย่อมมีผลบังคับได้หนี้ตามเช็คพิพาทจึงยังไม่สิ้นผลผูกพัน โจทก์มีสิทธินำคดีมาฟ้องได้นั้นเห็นว่า ตามบันทึก เอกสารหมาย จ.7 แม้จะมีข้อความในตอนท้ายว่า "หากไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ ข้าพเจ้านายอำนาจยินยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" อันส่อแสดงให้เห็นเจตนาของผู้เสียหายที่จะไม่ยอมสละสิทธิที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยโดยทันทีก็ตาม แต่คดีอาญาจะระงับหรือไม่นั้นย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ข้ออ้างของโจทก์จึงมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะซึ่งแยกออกจากข้อตกลงในส่วนอื่นได้ เมื่อผลของการทำสัญญาการชดใช้หนี้ตามเช็คดังกล่าวอันถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายสละนั้นระงับสิ้นไป และแต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญานั้นว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 แม้จำเลยจะไม่ชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว ผู้เสียหายก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้ดังกล่าวได้อีก ถือว่าหนี้ที่จำเลยได้ออกเช็คเพื่อให้ใช้เงินระงับสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 เมื่อสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ควรจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มิใช่พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาสมควรแก้ไขเป็นว่าให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (วิบูลย์ มีอาสา-สุวัตร์ สุขเกษม-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40493
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068951"
    }
}
date
2543
deka_no
8308/2543
deka_running_no
8308
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "สุวัตร์ สุขเกษม",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยะลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อำนาจ เฉลิมบุญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1)(3) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(3) ให้จำคุก3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ข้อความในบันทึกเอกสารหมายจ.7 แม้จะมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ความในตอนท้ายของบันทึกดังกล่าวระบุว่า หากไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ จำเลยยินยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเงื่อนไขยินยอมให้ดำเนินคดีต่อไป หมายถึงการดำเนินคดีอาญาตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนย่อมมีผลบังคับได้หนี้ตามเช็คพิพาทจึงยังไม่สิ้นผลผูกพัน โจทก์มีสิทธินำคดีมาฟ้องได้นั้นเห็นว่า ตามบันทึก เอกสารหมาย จ.7 แม้จะมีข้อความในตอนท้ายว่า "หากไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ ข้าพเจ้านายอำนาจยินยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" อันส่อแสดงให้เห็นเจตนาของผู้เสียหายที่จะไม่ยอมสละสิทธิที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยโดยทันทีก็ตาม แต่คดีอาญาจะระงับหรือไม่นั้นย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ข้ออ้างของโจทก์จึงมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะซึ่งแยกออกจากข้อตกลงในส่วนอื่นได้ เมื่อผลของการทำสัญญาการชดใช้หนี้ตามเช็คดังกล่าวอันถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายสละนั้นระงับสิ้นไป และแต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญานั้นว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 แม้จำเลยจะไม่ชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว ผู้เสียหายก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้ดังกล่าวได้อีก ถือว่าหนี้ที่จำเลยได้ออกเช็คเพื่อให้ใช้เงินระงับสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 เมื่อสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ควรจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มิใช่พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาสมควรแก้ไขเป็นว่าให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001153.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543