คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2544 ฉบับเต็ม

#40504
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบัวใหญ่ โจทก์ นาย สอาด เกิดไพร จำเลย ป.อ. มาตรา 72 จำเลยกับพวกนั่งดื่มสุราอยู่ ผู้เสียหายเดินผ่านมาและพูดจาทำนองว่าเบื่อคนแก่ดื่มสุรา เมาแล้วให้กลับไปนอน อย่าส่งเสียงดัง จำเลยโมโหจึงใช้ท่อนเหล็กตีและใช้มีดแทงผู้เสียหาย การที่ผู้เสียหายพูดจาทำนองเสียดสีจำเลยนั้นแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 การกระทำผิดของจำเลยจึงมิใช่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 288, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การรับว่าทำร้ายผู้เสียหาย แต่ปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเนื่องจากถูกผู้เสียหายพูดจาเสียดสีว่าจำเลยเสพสุรายาเมา ประพฤติตนเสเพลไม่เหมาะสม ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้เสียหายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 บัญญัติว่า "ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้" ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับพวกนั่งดื่มสุราอยู่ ผู้เสียหายซึ่งรับจ้างทาสีอยู่ข้างบ้านเกิดเหตุเดินผ่านมาและพูดจาทำนองว่าเบื่อคนแก่ดื่มสุรา เมาแล้วให้กลับไปนอนอย่าส่งเสียงดัง จำเลยโมโหจึงใช้ท่อนเหล็กตีและใช้มีดแทงผู้เสียหายเช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ผู้เสียหายพูดจาทำนองเสียดสีจำเลยนั้นแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างแต่ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 การกระทำผิดของจำเลย จึงมิใช่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ" พิพากษายืน (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40504
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067275"
    }
}
date
2544
deka_no
850/2544
deka_running_no
850
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 72"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบัวใหญ่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สอาด เกิดไพร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 288, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การรับว่าทำร้ายผู้เสียหาย แต่ปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเนื่องจากถูกผู้เสียหายพูดจาเสียดสีว่าจำเลยเสพสุรายาเมา ประพฤติตนเสเพลไม่เหมาะสม ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้เสียหายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 บัญญัติว่า "ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้" ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับพวกนั่งดื่มสุราอยู่ ผู้เสียหายซึ่งรับจ้างทาสีอยู่ข้างบ้านเกิดเหตุเดินผ่านมาและพูดจาทำนองว่าเบื่อคนแก่ดื่มสุรา เมาแล้วให้กลับไปนอนอย่าส่งเสียงดัง จำเลยโมโหจึงใช้ท่อนเหล็กตีและใช้มีดแทงผู้เสียหายเช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ผู้เสียหายพูดจาทำนองเสียดสีจำเลยนั้นแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างแต่ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 การกระทำผิดของจำเลย จึงมิใช่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001138.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544