คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2544 ฉบับเต็ม

#40554
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2544 การประปานครหลวง โจทก์ บริษัท กรุงเทพคอนกรีต (1989) จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 การประปานครหลวงโจทก์โดย ส. ผู้ว่าการได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ ป. ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์โดยขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ถูกยกเลิกหรือเพิกถอนจึงยังมีผลใช้บังคับอยู่ แม้ ส. จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม ป. ซึ่งยังดำรงตำแหน่งอยู่ก็มีอำนาจลงนามมอบอำนาจให้ ก. ผู้อำนวยการกองคดีฟ้องคดีแทนได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ช. ผู้ว่าการเป็นผู้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ตรงต่อความเป็นจริงก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. 2510 นางชวนพิศ ธรรมศิริเป็นผู้ว่าการมีอำนาจในการดำเนินคดีในนามโจทก์ ได้มอบอำนาจให้นายปาน แดงประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ลงนามแทนผู้ว่าการการประปานครหลวง ต่อมานายปานมอบอำนาจช่วงให้นายสกลศักดิ์ ภิญโญพิชญ์ ผู้อำนวยการกองคดี ดำเนินคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างทำงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2539 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ใช้เครื่องดันท่อดันท่อระบายน้ำลอดถนนวิภาวดีรังสิตเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยความประมาทเป็นเหตุให้ไปถูกท่อประปา (ท่อประธาน) ของโจทก์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง600 มิลลิเมตร ซึ่งวางอยู่ใต้ดินแตกเสียหาย น้ำรั่วไหลไม่สามารถจ่ายน้ำให้ประชาชนในบริเวณนั้นได้ โจทก์ได้จัดการซ่อม เสียค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายอื่น ๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 287,873 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 309,463 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 287,873 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า นายสกลศักดิ์ ภิญโญพิชญ์ ผู้รับมอบอำนาจ ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 มกราคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว แม้ปรากฏตามคำฟ้องว่าขณะฟ้องโจทก์มีนางชวนพิศ ธรรมศิริ เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวงและคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์แต่งตั้งไว้ขณะนายสุวิช ฟูตระกูล เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวงก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้ถูกยกเลิกหรือถูกเพิกถอน จึงยังมีผลใช้บังคับอยู่ เมื่อได้ความว่าในการฟ้องคดีนี้นายปาน แดงประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายในฐานะผู้รับคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินคดีในนามโจทก์ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายอยู่ ย่อมมีอำนาจลงนามมอบอำนาจให้นายสกลศักดิ์ภิญโญพิชญ์ ผู้อำนวยการกองคดีฟ้องคดีแทนได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า นางชวนพิศ ธรรมศิริ เป็นผู้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ตรงต่อความเป็นจริง ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไปแต่อย่างใดฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยเนื้อหาสาระแห่งคดีตามอุทธรณ์ของจำเลยเพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ทั้งผลการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิในการฎีกาของคู่ความ ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตามอุทธรณ์จำเลยก่อน" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (ปราโมทย์ ชพานนท์-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คดีนี้โจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์มาอย่างหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาเป็นอีกอย่างหนึ่งเท่ากับโจทก์นำสืบไม่ได้ความตามฟ้องหรือไม่สมกับฟ้อง แต่ก็คงเป็นเรื่องของรายละเอียดเท่านั้นและข้อเท็จจริงที่ได้ความก็ปรากฏว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องถูกต้องแล้ว จึงไม่เป็นเหตุที่ศาลจะยกฟ้อง ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40554
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065928"
    }
}
date
2544
deka_no
2092/2544
deka_running_no
2092
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ ชพานนท์",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "การประปานครหลวง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท กรุงเทพคอนกรีต (1989) จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. 2510 นางชวนพิศ ธรรมศิริเป็นผู้ว่าการมีอำนาจในการดำเนินคดีในนามโจทก์ ได้มอบอำนาจให้นายปาน แดงประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ลงนามแทนผู้ว่าการการประปานครหลวง ต่อมานายปานมอบอำนาจช่วงให้นายสกลศักดิ์ ภิญโญพิชญ์ ผู้อำนวยการกองคดี ดำเนินคดีแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างทำงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2539 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ใช้เครื่องดันท่อดันท่อระบายน้ำลอดถนนวิภาวดีรังสิตเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยความประมาทเป็นเหตุให้ไปถูกท่อประปา (ท่อประธาน) ของโจทก์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง600 มิลลิเมตร ซึ่งวางอยู่ใต้ดินแตกเสียหาย น้ำรั่วไหลไม่สามารถจ่ายน้ำให้ประชาชนในบริเวณนั้นได้ โจทก์ได้จัดการซ่อม เสียค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายอื่น ๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 287,873 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 309,463 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 287,873 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า นายสกลศักดิ์ ภิญโญพิชญ์ ผู้รับมอบอำนาจ ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 มกราคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว แม้ปรากฏตามคำฟ้องว่าขณะฟ้องโจทก์มีนางชวนพิศ ธรรมศิริ เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวงและคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์แต่งตั้งไว้ขณะนายสุวิช ฟูตระกูล เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวงก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้ถูกยกเลิกหรือถูกเพิกถอน จึงยังมีผลใช้บังคับอยู่ เมื่อได้ความว่าในการฟ้องคดีนี้นายปาน แดงประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายในฐานะผู้รับคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินคดีในนามโจทก์ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายอยู่ ย่อมมีอำนาจลงนามมอบอำนาจให้นายสกลศักดิ์ภิญโญพิชญ์ ผู้อำนวยการกองคดีฟ้องคดีแทนได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า นางชวนพิศ ธรรมศิริ เป็นผู้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ตรงต่อความเป็นจริง ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไปแต่อย่างใดฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยเนื้อหาสาระแห่งคดีตามอุทธรณ์ของจำเลยเพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ทั้งผลการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิในการฎีกาของคู่ความ ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตามอุทธรณ์จำเลยก่อน"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คดีนี้โจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์มาอย่างหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาเป็นอีกอย่างหนึ่งเท่ากับโจทก์นำสืบไม่ได้ความตามฟ้องหรือไม่สมกับฟ้อง แต่ก็คงเป็นเรื่องของรายละเอียดเท่านั้นและข้อเท็จจริงที่ได้ความก็ปรากฏว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องถูกต้องแล้ว จึงไม่เป็นเหตุที่ศาลจะยกฟ้อง ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001126.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544