คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2544 ฉบับเต็ม

#40556
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2544 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นาย อนุชิต ใยดี กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 21, มาตรา 91 การที่ศาลล่างรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามที่ปฏิทินราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยย่อมได้รับโทษจำคุก 360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี จะได้รับโทษจำคุก 365 วันหรือ 366 วัน เห็นได้ว่า หากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุก ในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 7 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 0.63 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวบางส่วนจำนวน 2 เม็ด เป็นเงิน 120 บาท แก่ผู้ล่อซื้อ และร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมายเหตุเกิดที่ตำบลเหมืองหม้ออำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีน 7 เม็ด ซึ่งหมดไปในการตรวจพิสูจน์และเงิน100 บาท ที่ใช้ล่อซื้อเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83 และคืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ5 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 5 ปีฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ11 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน คืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แต่ที่ศาลล่างทั้งสองรวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้องเพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามปีปฏิทินในราชการ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยที่ 1 ย่อมได้รับโทษจำคุก360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี แล้ว จำเลยที่ 1 จะได้รับโทษจำคุก365 วัน หรือ 366 วัน แล้วแต่กรณี เห็นได้ว่าหากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 มากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยที่ 1 ทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุกในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1ได้ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา และกรณีเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน และลงโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี18 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40556
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065816"
    }
}
date
2544
deka_no
2144/2544
deka_running_no
2144
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 21",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดแพร่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อนุชิต ใยดี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 7 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 0.63 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวบางส่วนจำนวน 2 เม็ด เป็นเงิน 120 บาท แก่ผู้ล่อซื้อ และร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมายเหตุเกิดที่ตำบลเหมืองหม้ออำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีน 7 เม็ด ซึ่งหมดไปในการตรวจพิสูจน์และเงิน100 บาท ที่ใช้ล่อซื้อเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83 และคืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ5 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 5 ปีฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ11 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน คืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แต่ที่ศาลล่างทั้งสองรวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้องเพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามปีปฏิทินในราชการ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยที่ 1 ย่อมได้รับโทษจำคุก360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี แล้ว จำเลยที่ 1 จะได้รับโทษจำคุก365 วัน หรือ 366 วัน แล้วแต่กรณี เห็นได้ว่าหากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 มากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยที่ 1 ทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุกในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1ได้ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา และกรณีเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ด้วย"

พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน และลงโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี18 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001125.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544