คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2499/2544 ฉบับเต็ม

#40569
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2499/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นาย มาย มาแจ้ง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 118 ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานที่ตอบโจทก์ถามติงซึ่งไม่ปรากฏในชั้นที่พยานเบิกความตอบคำถามค้าน จะนำมาเป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ไม่ได้ เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 118 ซึ่งต้องนำมาใช้กับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 บัญญัติว่าในการที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะถามติงพยาน ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกจากคำถามที่เกี่ยวกับคำพยานเบิกความตอบคำถามค้า ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 2 กระบอกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ กับมีเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 7 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและจำเลยพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และเมื่อสิบตำรวจตรียงยุทธ ตั๋นคำ พร้อมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดต่อกฎหมาย พบจำเลยและขอตรวจค้นอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยต่อสู้และขัดขวางในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธปืนข้างต้นยิงสิบตำรวจตรียงยุทธ 1 นัด โดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกสิบตำรวจตรียงยุทธ เนื่องจากหลบทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 289 ประกอบด้วยมาตรา 80, 371, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 371พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสองเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ตามทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าสิบตำรวจตรียงยุทธ และสิบตำรวจตรีสังคมพยานโจทก์ได้แสดงหลักฐานหรือบอกกล่าวแก่จำเลยขณะจะเข้าตรวจค้นว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่ทั้งที่พยานโจทก์ทั้งสองกับจำเลยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อข้อเท็จจริงก็ฟังได้ตามคำพยานโจทก์ทั้งสองด้วยว่าพยานต่างมิได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ จำเลยจึงไม่มีทางรู้ได้ว่าสิบตำรวจตรียงยุทธ และสิบตำรวจตรีสังคม เป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งจะปฏิบัติตามหน้าที่ พฤติการณ์ที่มีชายแปลกหน้า 2 คน เดินตรงเข้าหาจำเลยขณะจำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้าจอดที่หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ จึงอาจทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่าจะเข้ามาทำร้าย และเมื่อจำเลยวิ่งหนี ชายดังกล่าวก็วิ่งไล่หมายจับกุมเช่นนี้ เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จับกุม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้องไม่ ที่โจทก์อ้างมาในฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความไว้ชัดเจนว่า ขณะวิ่งไล่จับกุมจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏตามคำเบิกความของสิบตำรวจตรียงยุทธตอบพนักงานอัยการผู้แทนโจทก์ถามติง แต่ในชั้นพยานเบิกความตอบคำถามซักและคำถามค้าน หาปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 118 ซึ่งต้องนำมาใช้กับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 บัญญัติว่าในการที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะถามติงพยาน ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกจากคำถามที่เกี่ยวกับคำพยานเบิกความตอบคำถามค้าน ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจยกเอาคำเบิกความของสิบตำรวจตรียงยุทธ ที่ว่าได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า พยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วมาเป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (โนรี จันทร์ทร-พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
40569
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065376"
    }
}
date
2544
deka_no
2499/2544
deka_running_no
2499
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย มาย มาแจ้ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 2 กระบอกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ กับมีเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 7 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและจำเลยพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และเมื่อสิบตำรวจตรียงยุทธ ตั๋นคำ พร้อมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดต่อกฎหมาย พบจำเลยและขอตรวจค้นอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยต่อสู้และขัดขวางในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธปืนข้างต้นยิงสิบตำรวจตรียงยุทธ 1 นัด โดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกสิบตำรวจตรียงยุทธ เนื่องจากหลบทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 289 ประกอบด้วยมาตรา 80, 371, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 371พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสองเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ตามทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าสิบตำรวจตรียงยุทธ และสิบตำรวจตรีสังคมพยานโจทก์ได้แสดงหลักฐานหรือบอกกล่าวแก่จำเลยขณะจะเข้าตรวจค้นว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่ทั้งที่พยานโจทก์ทั้งสองกับจำเลยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อข้อเท็จจริงก็ฟังได้ตามคำพยานโจทก์ทั้งสองด้วยว่าพยานต่างมิได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ จำเลยจึงไม่มีทางรู้ได้ว่าสิบตำรวจตรียงยุทธ และสิบตำรวจตรีสังคม เป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งจะปฏิบัติตามหน้าที่ พฤติการณ์ที่มีชายแปลกหน้า 2 คน เดินตรงเข้าหาจำเลยขณะจำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้าจอดที่หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ จึงอาจทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่าจะเข้ามาทำร้าย และเมื่อจำเลยวิ่งหนี ชายดังกล่าวก็วิ่งไล่หมายจับกุมเช่นนี้ เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จับกุม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้องไม่ ที่โจทก์อ้างมาในฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความไว้ชัดเจนว่า ขณะวิ่งไล่จับกุมจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏตามคำเบิกความของสิบตำรวจตรียงยุทธตอบพนักงานอัยการผู้แทนโจทก์ถามติง แต่ในชั้นพยานเบิกความตอบคำถามซักและคำถามค้าน หาปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 118 ซึ่งต้องนำมาใช้กับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 บัญญัติว่าในการที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะถามติงพยาน ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกจากคำถามที่เกี่ยวกับคำพยานเบิกความตอบคำถามค้าน ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจยกเอาคำเบิกความของสิบตำรวจตรียงยุทธ ที่ว่าได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า พยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วมาเป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001121.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544