คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2550 ฉบับเต็ม

#410457
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2550 นายเจษดา พงษ์นุ่มกุล กับพวก โจทก์ บริษัท กรนพเก้าการเคหะ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนนภาระจำยอม และทำให้อยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาสร้างเสาไฟฟ้าพิพาทขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมมาตั้งแต่แรก แต่มีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนนภาระจำยอมและจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะโครงหลังคา ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนนภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนนภาระจำยอมก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงขอให้บังคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนนภาระจำยอมตามคำพิพากษาได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเปิดถนนภาระจำยอมโดยรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 31569 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวกกับห้ามมิให้จำเลยทั้งสามกระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น วันที่ 16 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลแล้ว แต่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักให้แสงสว่างอยู่สองข้างถนน ซึ่งฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงเสาไฟฟ้าดังกล่าวและเสาไฟฟ้าดังกล่าวมิใช่สิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาและไม่ได้กีดขวางการใช้ถนนของโจทก์ แต่เป็นเสาไฟฟ้าที่มีประโยชน์เพื่อความสะดวกแก่การใช้ถนนของบุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์ ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 ก็กำหนดให้เจ้าของทรัพย์จำต้องรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันเกี่ยวกับภาระจำยอมเท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์คงมีสิทธิใช้สอยทางภาระจำยอมพิพาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าดังกล่าว โจทก์ที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านว่า เสาไฟฟ้าพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของเสาบ้านและเสาอาคารที่จำเลยที่ 2 ยังรื้อถอนไม่เสร็จ จำเลยที่ 2 เอาดวงไฟและสายไฟไปติดตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยการรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินที่ถนนภาระจำยอมตั้งอยู่ จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ถนนภาระจำยอม แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือทำให้ประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนสภาพเสาทั้ง 12 ต้น ให้เป็นเสาไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมจึงเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยที่ 2 สามารถทำได้ และเสาไฟฟ้าพิพาทก็ตั้งอยู่สองข้างถนนภาระจำยอมซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร เสาไฟฟ้าพิพาทจึงมิใช่สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางขัดขวาง หรือทำให้ประโยชน์การใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 รวมทั้งบุคคลอื่นลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดแสงสว่างอันเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม หากต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม และเป็นการบังคับคดีที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เสาไฟฟ้าพิพาทจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนนภาระจำยอมโดยให้รื้อถอนโรงเรียนสิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอม และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 กระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เสาไฟฟ้าพิพาทมิใช่เสาไฟฟ้าที่จำเลยที่ 2 เจตนาสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมมาตั้งแต่แรก แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวเดิมมีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนนภาระจำยอมและจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะแต่โครงหลังคาออกไป ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนนภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนนภาระจำยอมก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงชอบที่จะขอให้บังคับคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนนภาระจำยอมตามคำพิพากษาได้ กรณีมิใช่การบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410457
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016602"
    }
}
date
2550
deka_no
4268/2550
deka_running_no
4268
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเจษดา พงษ์นุ่มกุล กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท กรนพเก้าการเคหะ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเปิดถนนภาระจำยอมโดยรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 31569 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวกกับห้ามมิให้จำเลยทั้งสามกระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

วันที่ 16 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลแล้ว แต่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักให้แสงสว่างอยู่สองข้างถนน ซึ่งฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงเสาไฟฟ้าดังกล่าวและเสาไฟฟ้าดังกล่าวมิใช่สิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาและไม่ได้กีดขวางการใช้ถนนของโจทก์ แต่เป็นเสาไฟฟ้าที่มีประโยชน์เพื่อความสะดวกแก่การใช้ถนนของบุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์ ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 ก็กำหนดให้เจ้าของทรัพย์จำต้องรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันเกี่ยวกับภาระจำยอมเท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์คงมีสิทธิใช้สอยทางภาระจำยอมพิพาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าดังกล่าว

โจทก์ที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านว่า เสาไฟฟ้าพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของเสาบ้านและเสาอาคารที่จำเลยที่ 2 ยังรื้อถอนไม่เสร็จ จำเลยที่ 2 เอาดวงไฟและสายไฟไปติดตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยการรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินที่ถนนภาระจำยอมตั้งอยู่ จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ถนนภาระจำยอม แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือทำให้ประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนสภาพเสาทั้ง 12 ต้น ให้เป็นเสาไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมจึงเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยที่ 2 สามารถทำได้ และเสาไฟฟ้าพิพาทก็ตั้งอยู่สองข้างถนนภาระจำยอมซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร เสาไฟฟ้าพิพาทจึงมิใช่สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางขัดขวาง หรือทำให้ประโยชน์การใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 รวมทั้งบุคคลอื่นลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดแสงสว่างอันเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม หากต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม และเป็นการบังคับคดีที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เสาไฟฟ้าพิพาทจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนนภาระจำยอมโดยให้รื้อถอนโรงเรียนสิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอม และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 กระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เสาไฟฟ้าพิพาทมิใช่เสาไฟฟ้าที่จำเลยที่ 2 เจตนาสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมมาตั้งแต่แรก แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวเดิมมีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนนภาระจำยอมและจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะแต่โครงหลังคาออกไป ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนนภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนนภาระจำยอมก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงชอบที่จะขอให้บังคับคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนนภาระจำยอมตามคำพิพากษาได้ กรณีมิใช่การบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000682.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550