คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4701/2550 ฉบับเต็ม

#410487
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4701/2550 นายบุญส่ง พันธ์รอด โจทก์ นางสาวสุภา ธนวิภารัตน์ ผู้ร้อง นายสมิทธิ์ ทิพย์ลือพร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 293, มาตรา 311 จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้ผู้ร้องชำระเงินมัดจำค่าที่ดินแก่จำเลย แต่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีแพ่งซึ่งผู้ร้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพราะเหตุเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นอีกคดีหนึ่งจะถึงที่สุด ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามขอ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 293 วรรคท้าย แต่คำสั่งดังกล่าวไม่มีผลผูกพันโจทก์ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิเข้าจัดการกับสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องดังกล่าวได้ตามมาตรา 310 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 311 แม้ผู้ร้องจะได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งซึ่งมีมูลมาจากสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายเดียวกัน และสามารถนำหนี้ทั้งสองคดีมาหักกลบลบกันได้ โจทก์ก็ยังมีสิทธิขอให้อายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยได้เพราะมาตรา 311 วรรคสาม บัญญัติว่า คำสั่งอายัดนั้น อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยซึ่งนางสาวสุภา ธนวิภารัตน์ ผู้ร้องจะต้องชำระให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้แก่โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดให้ตามขอแต่ผู้ร้องไม่ส่งเงินตามกำหนด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกผู้ร้องมาไต่สวนและบังคับให้ส่งเงินตามอายัด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว วินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดมีนบุรีงดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นอีกคดีหนึ่งจะถึงที่สุดและศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามที่ผู้ร้องขอ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเพิกถอนหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ และ 311 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้ผู้ร้องชำระเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย แต่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งผู้ร้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพราะเหตุเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นอีกคดีหนึ่งจะถึงที่สุด ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งให้งดการบังคับไว้ตามขอ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า โจทก์ขอให้อายัดเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้ร้องตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรีได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ศาลจังหวัดมีนบุรีจะมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ให้งดการบังคับคดีไว้ตามคำขอของผู้ร้องและคำสั่งศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นอันถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคท้าย ก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวก็มีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันโจทก์ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิเข้าจัดการกับสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 311 โดยวิธีขอให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีออกคำสั่งอายัดไว้ แล้วแต่กรณี และแม้ผู้ร้องจะได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งข้อพิพาทในคดีดังกล่าวและในคดีแพ่งหมายแดงที่ 1565/2539 จะมีมูลมาจากสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายเดียวกัน และสามารถนำหนี้ทั้งสองคดีมาหักกลบลบกันได้ก็ตาม โจทก์ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องของจำเลยดังกล่าวได้เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสาม บัญญัติว่า คำสั่งอายัดนั้น อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410487
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016371"
    }
}
date
2550
deka_no
4701/2550
deka_running_no
4701
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 293",
            "ม. 311"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุญส่ง พันธ์รอด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวสุภา ธนวิภารัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมิทธิ์ ทิพย์ลือพร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยซึ่งนางสาวสุภา ธนวิภารัตน์ ผู้ร้องจะต้องชำระให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้แก่โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดให้ตามขอแต่ผู้ร้องไม่ส่งเงินตามกำหนด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกผู้ร้องมาไต่สวนและบังคับให้ส่งเงินตามอายัด

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว วินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดมีนบุรีงดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นอีกคดีหนึ่งจะถึงที่สุดและศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามที่ผู้ร้องขอ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเพิกถอนหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ และ 311 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้ผู้ร้องชำระเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย แต่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งผู้ร้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพราะเหตุเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นอีกคดีหนึ่งจะถึงที่สุด ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งให้งดการบังคับไว้ตามขอ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า โจทก์ขอให้อายัดเงินมัดจำค่าที่ดินพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้ร้องตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ของศาลจังหวัดมีนบุรีได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ศาลจังหวัดมีนบุรีจะมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1565/2539 ให้งดการบังคับคดีไว้ตามคำขอของผู้ร้องและคำสั่งศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นอันถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคท้าย ก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวก็มีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันโจทก์ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิเข้าจัดการกับสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 311 โดยวิธีขอให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีออกคำสั่งอายัดไว้ แล้วแต่กรณี และแม้ผู้ร้องจะได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2910/2541 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งข้อพิพาทในคดีดังกล่าวและในคดีแพ่งหมายแดงที่ 1565/2539 จะมีมูลมาจากสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายเดียวกัน และสามารถนำหนี้ทั้งสองคดีมาหักกลบลบกันได้ก็ตาม โจทก์ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องของจำเลยดังกล่าวได้เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสาม บัญญัติว่า คำสั่งอายัดนั้น อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000680.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550