คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2550 ฉบับเต็ม

#410554
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2550 ปลัดเมืองพัทยา โจทก์ นายบุญช่วย สุวรรณโครต จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจยกเอาความเสียหายที่จะต้องได้รับมาปฏิเสธความรับผิดของจำเลยในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กกล้าง 12 เมตร ยาว 12 เมตร ที่จำเลยก่อสร้างดัดแปลงต่อเติมอาคารตึกแถวเลขที่ 214 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาต และหากจำเลยไม่รื้อถอนอาคารต่อเติมดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 400 บาท จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2543 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศกำหนดการรื้อถอนในวันที่ 14 ธันวาคม 2543 ครั้นครบกำหนดโจทก์เลื่อนการรื้อถอนไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2544 เนื่องจากจำเลยจะขอจัดการรื้อถอนเอง ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมตามคำฟ้องและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดทำการรื้อถอนตามหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นนัดพร้อม จำเลยแถลงว่า จำเลยได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารส่วนต่อเติมตามคำพิพากษาแล้ว ส่วนดาดฟ้าของอาคารชั้นที่ 2 เป็นเพียงการติดตั้งลูกกรงล้อมรอบเท่านั้น โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีแถลงว่า จำเลยยังไม่รื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมตามคำพิพากษาภาพถ่ายหมาย ร.1 ซึ่งยังมีสภาพเช่นเดียวกับขณะมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำแถลงของคู่ความแล้วเห็นว่า จำเลยยังไม่ได้รื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมดัดแปลงตามคำพิพากษา จึงให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้รื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมชั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงให้ได้ความชัดเจนเสียก่อนว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าวครบถ้วนแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ร.1 ที่โจทก์ส่งต่อศาลชั้นต้นประกอบกับคำแถลงของคู่ความและเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งมีหน้าที่เพื่อบังคับตามคำพิพากษาเป็นอันเพียงพอที่จะรับฟังได้แล้วว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะงดไต่สวนพยานแล้วมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนได้โดยหาจำต้องไต่สวนข้อเท็จจริงอันใดอีกไม่ การที่ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชอบแล้ว ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า หากจำเลยจะต้องรื้อพื้นดาดฟ้าตามคำสั่งศาลชั้นต้นจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างมาก เพราะทำให้โครงสร้างเดิมได้รับความกระทบกระเทือนนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดที่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ย่อมไม่อาจยกเอาความเสียหายที่จะต้องได้รับมาปฏิเสธความรับผิดของจำเลยในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้บังคับคดีแก่จำเลยต่อไปชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-รัตน กองแก้ว-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410554
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017200"
    }
}
date
2550
deka_no
3214/2550
deka_running_no
3214
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ปลัดเมืองพัทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญช่วย สุวรรณโครต"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กกล้าง 12 เมตร ยาว 12 เมตร ที่จำเลยก่อสร้างดัดแปลงต่อเติมอาคารตึกแถวเลขที่ 214 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาต และหากจำเลยไม่รื้อถอนอาคารต่อเติมดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 400 บาท จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2543 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศกำหนดการรื้อถอนในวันที่ 14 ธันวาคม 2543 ครั้นครบกำหนดโจทก์เลื่อนการรื้อถอนไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2544 เนื่องจากจำเลยจะขอจัดการรื้อถอนเอง

ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมตามคำฟ้องและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดทำการรื้อถอนตามหมายบังคับคดี

ศาลชั้นต้นนัดพร้อม จำเลยแถลงว่า จำเลยได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารส่วนต่อเติมตามคำพิพากษาแล้ว ส่วนดาดฟ้าของอาคารชั้นที่ 2 เป็นเพียงการติดตั้งลูกกรงล้อมรอบเท่านั้น โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีแถลงว่า จำเลยยังไม่รื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมตามคำพิพากษาภาพถ่ายหมาย ร.1 ซึ่งยังมีสภาพเช่นเดียวกับขณะมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำแถลงของคู่ความแล้วเห็นว่า จำเลยยังไม่ได้รื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมดัดแปลงตามคำพิพากษา จึงให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้รื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมชั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงให้ได้ความชัดเจนเสียก่อนว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าวครบถ้วนแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ร.1 ที่โจทก์ส่งต่อศาลชั้นต้นประกอบกับคำแถลงของคู่ความและเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งมีหน้าที่เพื่อบังคับตามคำพิพากษาเป็นอันเพียงพอที่จะรับฟังได้แล้วว่าจำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะงดไต่สวนพยานแล้วมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนได้โดยหาจำต้องไต่สวนข้อเท็จจริงอันใดอีกไม่ การที่ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชอบแล้ว ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า หากจำเลยจะต้องรื้อพื้นดาดฟ้าตามคำสั่งศาลชั้นต้นจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างมาก เพราะทำให้โครงสร้างเดิมได้รับความกระทบกระเทือนนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดที่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่จำเลยต่อเติมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ย่อมไม่อาจยกเอาความเสียหายที่จะต้องได้รับมาปฏิเสธความรับผิดของจำเลยในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้บังคับคดีแก่จำเลยต่อไปชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000687.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550