คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2551 ฉบับเต็ม

#410582
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2551 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายเมธา ผลวิมลจิต จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นที่ว่า ธนาคารโจทก์คิดดอกเบี้ยในหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินไปกว่าอัตราสูงสุดตามประกาศของโจทก์ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อชั้นอุทธรณ์จำเลยมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ ปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่จำเลยฎีกาในปัญหาว่า โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามอำเภอใจจึงไม่มีสิทธิ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งปัญหาดังกล่าวมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินเชื่อบัตรเครดิตประเภทบัตรไทยพาณิชย์ - โพธิ์ - วีซ่า จำนวน 235,332.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 221,237.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ฎีกาของจำเลยข้อที่ว่า การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า โจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยในหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินไปกว่าอัตราสูงสุดตามประกาศของโจทก์ โจทก์มีสิทธิคิดได้ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้นก็ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดจากจำเลยในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งในชั้นอุทธรณ์จำเลยไม่ได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ ปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาอีกว่า โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามอำเภอใจโดยไม่มีสิทธิ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-รัตน กองแก้ว-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์) ศาลแขวงดุสิต - นายสมศักดิ์ เลิศนิมิตกิจ ศาลอุทธรณ์ - นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.841/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4826/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ8981/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410582
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายสมศักดิ์ เลิศนิมิตกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012469"
    }
}
date
2551
deka_no
452/2551
deka_running_no
452
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเมธา ผลวิมลจิต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินเชื่อบัตรเครดิตประเภทบัตรไทยพาณิชย์ - โพธิ์ - วีซ่า จำนวน 235,332.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 221,237.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แก่โจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ฎีกาของจำเลยข้อที่ว่า การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า โจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยในหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินไปกว่าอัตราสูงสุดตามประกาศของโจทก์ โจทก์มีสิทธิคิดได้ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้นก็ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดจากจำเลยในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งในชั้นอุทธรณ์จำเลยไม่ได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ ปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาอีกว่า โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามอำเภอใจโดยไม่มีสิทธิ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4826/2546
primary_red_case_no
พ8981/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000645.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.841/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551