คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5297/2550 ฉบับเต็ม

#410607
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5297/2550 นายภิญโญ แก้วสงค์ โจทก์ นายวาด ชัยขนอม กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 204 ป.วิ.พ. มาตรา 138, มาตรา 271 โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมมีข้อความว่า จำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยนำเงินมาวางศาลเดือนละไม่น้อยกว่า 4,000 บาท ทกุเดือนติดต่อกัน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 22 ของเดือน โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัด 2 งวดโดยไม่จำต้องติดต่อกันให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที คำพิพากษาตามยอมดังกล่าวได้กำหนดวันและจำนวนหนี้ที่ต้องชำระไว้แน่นอน ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนดถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ผิดนัดไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำพิพากษา แม้ว่าโจทก์จะมาขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาลภายหลังที่ผิดนัดแล้วก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นผู้ผิดนัดโจทก์จึงขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ได้ทันที ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ฐานผิดสัญญา ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ยืมเงินโจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยนำเงินมาวางศาลเดือนละไม่น้อยกว่า 4,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 22 ของเดือน และจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัด 2 งวด โดยไม่จำต้องติดต่อกันให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจากยอดหนี้ที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน 2546 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองโดยอ้างว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่นำเงินมาวางศาลเพื่อผ่อนชำระหนี้แก่โจทก์ภายในวันที่ 22 ของเดือนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยในเดือนมกราคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 23 และเดือนมิถุนายน 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 26 ซึ่งเป็นการผิดนัดมากกว่า 2 งวด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้จำเลยที่ 2 นำเงินมาวางศาลผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้างแต่ได้ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ผิดนัดแล้ว จึงยังไม่เห็นสมควรออกหมายบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมโดยสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่า จำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยนำเงินมาวางศาลเดือนละไม่น้อยกว่า 4,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกัน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 22 ของเดือน โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัด 2 งวด โดยไม่จำต้องติดต่อกันให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจากยอดหนี้ที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวได้กำหนดวันและจำนวนหนี้ที่ต้องชำระไว้แน่นอน ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนดก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ผิดนัดไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำพิพากษา แม้ว่าโจทก์จะมาขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาลภายหลังที่ผิดนัดแล้วก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นผู้ผิดนัด โจทก์จึงขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทันที ที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ผิดนัดแล้วแต่โจทก์ยังยอมรับชำระหนี้ โจทก์จึงไม่อาจขอให้ออกหมายบังคับคดีได้ ต้องรอให้จำเลยที่ 2 ผิดนัดอีกครั้งและโจทก์ต้องไม่ยอมรับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 นั้น ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410607
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015834"
    }
}
date
2550
deka_no
5297/2550
deka_running_no
5297
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138",
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายภิญโญ แก้วสงค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวาด ชัยขนอม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ฐานผิดสัญญา ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ยืมเงินโจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยนำเงินมาวางศาลเดือนละไม่น้อยกว่า 4,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 22 ของเดือน และจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัด 2 งวด โดยไม่จำต้องติดต่อกันให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจากยอดหนี้ที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม

ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน 2546 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองโดยอ้างว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่นำเงินมาวางศาลเพื่อผ่อนชำระหนี้แก่โจทก์ภายในวันที่ 22 ของเดือนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยในเดือนมกราคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 23 และเดือนมิถุนายน 2546 วางศาลเมื่อวันที่ 26 ซึ่งเป็นการผิดนัดมากกว่า 2 งวด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้จำเลยที่ 2 นำเงินมาวางศาลผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้างแต่ได้ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ผิดนัดแล้ว จึงยังไม่เห็นสมควรออกหมายบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมโดยสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่า จำเลยทั้งสองยอมชำระเงิน 500,000 บาท แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยนำเงินมาวางศาลเดือนละไม่น้อยกว่า 4,000 บาท ทุกเดือนติดต่อกัน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 22 ของเดือน โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัด 2 งวด โดยไม่จำต้องติดต่อกันให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีจากยอดหนี้ที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวได้กำหนดวันและจำนวนหนี้ที่ต้องชำระไว้แน่นอน ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนดก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ผิดนัดไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำพิพากษา แม้ว่าโจทก์จะมาขอรับเงินที่จำเลยที่ 2 นำมาวางศาลภายหลังที่ผิดนัดแล้วก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นผู้ผิดนัด โจทก์จึงขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทันที ที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ผิดนัดแล้วแต่โจทก์ยังยอมรับชำระหนี้ โจทก์จึงไม่อาจขอให้ออกหมายบังคับคดีได้ ต้องรอให้จำเลยที่ 2 ผิดนัดอีกครั้งและโจทก์ต้องไม่ยอมรับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 นั้น ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000675.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550