คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2550 ฉบับเต็ม

#410621
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2550 บริษัทเงินทุนธีรชัยทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายชัยศักดิ์ ยิ่งยืน ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นางมยุรี ยิ่งยืน ผู้ร้อง บริษัทตุราษา จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 278 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น ส่วนจำเลยที่ 5 และที่ 6 ปรากฏว่ายังไม่ครบกำหนดที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นจึงไม่ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 เพื่อขายทอดตลาดโดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 278 ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวเสีย ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 6 ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) เมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอน จึงไม่มีกรณีที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและมีคำสั่งระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินต้นจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ มิฉะนั้นให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 772 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์จนครบ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้วแต่จำเลยทั้งหกไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 772 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 6 ออกขายทอดตลาดและอนุญาตให้ขายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 7,000,000 บาท โดยปลอดจำนอง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 การขายทอดตลาดดังกล่าวไม่ชอบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ในราคาต่ำมาก และโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเนื่องจากไม่ได้สอบถามคู่ความว่าจะคัดค้านหรือไม่ แต่กลับนับสามแล้วเคาะไม้ขายไป ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและมีคำสั่งระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทไว้ในระหว่างการพิจารณา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นการขายที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 เพื่อขายทอดตลาดเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น ส่วนจำเลยที่ 5 และที่ 6 ปรากฏว่ายังไม่ครบกำหนดที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นจึงไม่ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 เพื่อขายทอดตลาดโดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวเสีย ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 6 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอน จึงไม่มีกรณีที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและมีคำสั่งระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป" พิพากษายืน (ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ชาลี ทัพภวิมล-สมศักดิ์ จันทรา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410621
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016852"
    }
}
date
2550
deka_no
3805/2550
deka_running_no
3805
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมศักดิ์ จันทรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 278"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนธีรชัยทรัสต์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายชัยศักดิ์ ยิ่งยืน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ในฐานะผู้จัดการมรดกของ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางมยุรี ยิ่งยืน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทตุราษา จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินต้นจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ มิฉะนั้นให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 772 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์จนครบ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้วแต่จำเลยทั้งหกไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 772 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา (บางพระ) จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 6 ออกขายทอดตลาดและอนุญาตให้ขายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 7,000,000 บาท โดยปลอดจำนอง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 การขายทอดตลาดดังกล่าวไม่ชอบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ในราคาต่ำมาก และโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเนื่องจากไม่ได้สอบถามคู่ความว่าจะคัดค้านหรือไม่ แต่กลับนับสามแล้วเคาะไม้ขายไป ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและมีคำสั่งระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทไว้ในระหว่างการพิจารณา

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นการขายที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 เพื่อขายทอดตลาดเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น ส่วนจำเลยที่ 5 และที่ 6 ปรากฏว่ายังไม่ครบกำหนดที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นจึงไม่ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 เพื่อขายทอดตลาดโดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวเสีย ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 6 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 6 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าการยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 6 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการเพิกถอน จึงไม่มีกรณีที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและมีคำสั่งระงับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000684.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550