คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6194/2550 ฉบับเต็ม

#410645
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6194/2550 นางเจียมจันทร์ ภูละคร โจทก์ นายบรรจง ชาแสน กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 144 ป.วิ.พ. มาตรา 294 ป.ที่ดิน มาตรา 31 บ้านของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์นำยึดปลูกสร้างอย่างแน่นหนาถาวรบนที่ดินจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานถูกห้ามโอนตามกฎหมาย บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมถูกห้ามโอนด้วย แม้โจทก์จะอุทธรณ์อ้างว่า โจทก์ประสงค์จะยึดบ้านพิพาทอย่างสังหาริมทรัพย์ โดยในการขายทอดตลาดผู้ที่ซื้อทรัพย์จะต้องรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินไปเอง ก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการได้เมื่อกำหนดเวลาห้ามการโอนผ่านพ้นไปแล้วเสียก่อน เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทในระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทำการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดบ้านเลขที่ 595 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินซึ่งมีข้อความระบุว่าห้ามโอนภายในสิบปี จึงถือว่าบ้านเป็นส่วนควบกับที่ดินและเป็นทรัพย์ที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำร้องว่า กฎหมายห้ามยึดที่ดินซึ่งห้ามโอนตาม มาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนั้น ไม่ได้ห้ามยึดสังหาริมทรัพย์อันเป็นส่วนควบกับที่ดิน ส่วนควบจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ต้องห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงสามารถนำยึดตัวบ้านของจำเลยที่ 1 เพื่อทำการขายทอดตลาดอย่างสังหาริมทรัพย์ได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้ถอนการยึดบ้านของจำเลยที่ 1 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ต่อไป จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า บ้านพร้อมที่ดินที่โจทก์ขอยึดเพื่อขายทอดตลาดนั้นเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้แทนทายาทของจำเลยที่ 1 ซึ่งห้ามโอนภายในกำหนด 10 ปี บ้านเป็นส่วนควบกับที่ดิน โจทก์ไม่สามารถยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดบ้านหลังดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดโดยให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายด้วย เป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่ง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ในสถานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 535 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดบ้านพิพาทชอบหรือไม่ เห็นว่า บ้านของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์นำยึดมีลักษณะเป็นบ้านครึ่งตึกครึงไม้ 2 ชั้น ปลูกสร้างอย่างแน่นหนาถาวรบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บ้านจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานถูกห้ามโอนตามกฎหมาย บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมถูกห้ามโอนด้วย แม้โจทก์จะอุทธรณ์อ้างว่า โจทก์ประสงค์จะยึดบ้านพิพาทอย่างสังหาริมทรัพย์ โดยในการขายทอดตลาด ผู้ที่ซื้อทรัพย์จะต้องรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินไปเองนั้น ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการได้เมื่อกำหนดเวลาห้ามการโอนผ่านพ้นไปแล้วเสียก่อน เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทในวันที่ 23 มีนาคม 2548 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวได้ และโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึดจึงต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เป็นการชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ในเป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410645
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014941"
    }
}
date
2550
deka_no
6194/2550
deka_running_no
6194
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 144"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 294"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางเจียมจันทร์ ภูละคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบรรจง ชาแสน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทำการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดบ้านเลขที่ 595 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2548 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินซึ่งมีข้อความระบุว่าห้ามโอนภายในสิบปี จึงถือว่าบ้านเป็นส่วนควบกับที่ดินและเป็นทรัพย์ที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำร้องว่า กฎหมายห้ามยึดที่ดินซึ่งห้ามโอนตาม มาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนั้น ไม่ได้ห้ามยึดสังหาริมทรัพย์อันเป็นส่วนควบกับที่ดิน ส่วนควบจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ต้องห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงสามารถนำยึดตัวบ้านของจำเลยที่ 1 เพื่อทำการขายทอดตลาดอย่างสังหาริมทรัพย์ได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้ถอนการยึดบ้านของจำเลยที่ 1 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ต่อไป

จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า บ้านพร้อมที่ดินที่โจทก์ขอยึดเพื่อขายทอดตลาดนั้นเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้แทนทายาทของจำเลยที่ 1 ซึ่งห้ามโอนภายในกำหนด 10 ปี บ้านเป็นส่วนควบกับที่ดิน โจทก์ไม่สามารถยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ ขอให้ยกคำร้องของโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดบ้านหลังดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดโดยให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายด้วย เป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่ง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ในสถานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 535 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดบ้านพิพาทชอบหรือไม่ เห็นว่า บ้านของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์นำยึดมีลักษณะเป็นบ้านครึ่งตึกครึงไม้ 2 ชั้น ปลูกสร้างอย่างแน่นหนาถาวรบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40522 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บ้านจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานถูกห้ามโอนตามกฎหมาย บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมถูกห้ามโอนด้วย แม้โจทก์จะอุทธรณ์อ้างว่า โจทก์ประสงค์จะยึดบ้านพิพาทอย่างสังหาริมทรัพย์ โดยในการขายทอดตลาด ผู้ที่ซื้อทรัพย์จะต้องรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินไปเองนั้น ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่จะดำเนินการได้เมื่อกำหนดเวลาห้ามการโอนผ่านพ้นไปแล้วเสียก่อน เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านพิพาทในวันที่ 23 มีนาคม 2548 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดบ้านหลังดังกล่าวได้ และโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึดจึงต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เป็นการชอบแล้ว"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ในเป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000667.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550