คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2550 ฉบับเต็ม

#410681
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2550 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาววรรณา แจ้งจบ ผู้ร้อง นางสุกัญญาหรือธนังภรณ์ สุขเอม กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 280 ข้อโต้แย้งที่ว่าราคาทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดต่ำหรือไม่ เป็นข้อโต้แย้งหรือส่วนได้เสียของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลตามที่ระบุไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 280 โดยตรง ไม่เกี่ยวกับผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้เข้าสู้ราคาแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิกล่าวอ้างหรือฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมอาคารพิพาทออกขายทอดตลาด บริษัทอาร์.เอส.พี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 5,650,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขายในราคาต่ำ และเจ้าพนักงานบังคับคดีรีบร้อนทำการขายทอดตลาดโดยนับสามและเคาะไม้ขายให้แก่ผู้ซื้อในทันทีเป็นการเร่งรีบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อ ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถเสนอราคาได้ทันเพราะขณะนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะเสนอราคาให้สูงขึ้นหรือไม่ การขายทอดตลาดดังกล่าวทำให้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายได้ต่ำกว่าราคาปกติ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้ประกาศขายทอดตลาดใหม่ต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อทรัพย์ในราคา 5,600,000 บาท (ที่ถูก 5,650,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้ประเมินไว้เป็นเงิน 4,586,000 บาท และการขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นการขายครั้งที่สองซึ่งครั้งแรกมีผู้เสนอราคา 3,670,000 บาท แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าราคาต่ำและโจทก์คัดค้านราคาจึงงดการขายทอดตลาดในครั้งนี้ผู้ซื้อทรัพย์ได้ให้ราคาสูงสุด เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาอันสมควรโจทก์จำเลยไม่คัดค้านราคาเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงนับสามและเคาะไม้ขายทอดตลาดเป็นการดำเนินตามขั้นตอนการขายทอดตลาดที่ถูกต้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบร้อนทำการขายทอดตลาดทำให้ขายทรัพย์สินได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกตินั้น เห็นว่า ข้อโต้แย้งที่ว่าราคาทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดต่ำหรือไม่นั้น เป็นข้อโต้แย้งหรือส่วนได้เสียของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 โดยตรง ไม่เกี่ยวกับผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้เข้าสู้ราคาแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิกล่าวอ้างหรือฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของผู้ร้องมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง (ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ชาลี ทัพภวิมล-สมศักดิ์ จันทรา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410681
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015513"
    }
}
date
2550
deka_no
5534/2550
deka_running_no
5534
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมศักดิ์ จันทรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 280"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาววรรณา แจ้งจบ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุกัญญาหรือธนังภรณ์ สุขเอม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมอาคารพิพาทออกขายทอดตลาด บริษัทอาร์.เอส.พี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 5,650,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขายในราคาต่ำ และเจ้าพนักงานบังคับคดีรีบร้อนทำการขายทอดตลาดโดยนับสามและเคาะไม้ขายให้แก่ผู้ซื้อในทันทีเป็นการเร่งรีบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อ ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถเสนอราคาได้ทันเพราะขณะนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะเสนอราคาให้สูงขึ้นหรือไม่ การขายทอดตลาดดังกล่าวทำให้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายได้ต่ำกว่าราคาปกติ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้ประกาศขายทอดตลาดใหม่ต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อทรัพย์ในราคา 5,600,000 บาท (ที่ถูก 5,650,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้ประเมินไว้เป็นเงิน 4,586,000 บาท และการขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นการขายครั้งที่สองซึ่งครั้งแรกมีผู้เสนอราคา 3,670,000 บาท แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าราคาต่ำและโจทก์คัดค้านราคาจึงงดการขายทอดตลาดในครั้งนี้ผู้ซื้อทรัพย์ได้ให้ราคาสูงสุด เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาอันสมควรโจทก์จำเลยไม่คัดค้านราคาเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงนับสามและเคาะไม้ขายทอดตลาดเป็นการดำเนินตามขั้นตอนการขายทอดตลาดที่ถูกต้อง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบร้อนทำการขายทอดตลาดทำให้ขายทรัพย์สินได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกตินั้น เห็นว่า ข้อโต้แย้งที่ว่าราคาทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดต่ำหรือไม่นั้น เป็นข้อโต้แย้งหรือส่วนได้เสียของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 โดยตรง ไม่เกี่ยวกับผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้เข้าสู้ราคาแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิกล่าวอ้างหรือฎีกาในประเด็นดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของผู้ร้องมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000672.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550