คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5938/2550 ฉบับเต็ม

#410696
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5938/2550 พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดเบตง โจทก์ นายทิพย์ พูลสวัสดิ์ ผู้ร้อง นายจีระ ใจดี กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 252 คดีอาญา ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ และริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด เมื่อเจ้าพนักงานยึดรถยนต์กระบะของกลางแล้วผู้ร้องไม่เคยโต้แย้งกรรมสิทธิ์เพื่อขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง จำเลยที่ 3 เป็นบุตรผู้ร้อง จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้กระทำความผิดคดีนี้และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นบิดาจำเลยที่ 3 และได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมอบรถยนต์กระบะของกลางให้แก่จำเลยที่ 3 เพื่อใช้ขับหรือนำออกรับจ้าง แสดงว่าผู้ร้องยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาตามที่จำเลยที่ 3 ต้องการโดยไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 3 จะนำไปใช้ในกิจการใด รวมทั้งยอมรับการตัดสินใจของจำเลยที่ 3 ในการนำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้าง ประกอบกับผู้ร้องรับในฎีกาว่าผู้ร้องรู้ว่าจำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้างบรรทุกโต๊ะสนุกเกอร์พร้อมอุปกรณ์ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีอาญา ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษายืน แต่ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับ (ชัช ชลวร-วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์-บวร กุลทนันทน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410696
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015174"
    }
}
date
2550
deka_no
5938/2550
deka_running_no
5938
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชัช ชลวร",
    "วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์",
    "บวร กุลทนันทน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 252"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ประจำศาลจังหวัดเบตง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายทิพย์ พูลสวัสดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจีระ ใจดี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ และริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด เมื่อเจ้าพนักงานยึดรถยนต์กระบะของกลางแล้วผู้ร้องไม่เคยโต้แย้งกรรมสิทธิ์เพื่อขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง จำเลยที่ 3 เป็นบุตรผู้ร้อง จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้กระทำความผิดคดีนี้และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นบิดาจำเลยที่ 3 และได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมอบรถยนต์กระบะของกลางให้แก่จำเลยที่ 3 เพื่อใช้ขับหรือนำออกรับจ้าง แสดงว่าผู้ร้องยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาตามที่จำเลยที่ 3 ต้องการโดยไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 3 จะนำไปใช้ในกิจการใด รวมทั้งยอมรับการตัดสินใจของจำเลยที่ 3 ในการนำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้าง ประกอบกับผู้ร้องรับในฎีกาว่าผู้ร้องรู้ว่าจำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้างบรรทุกโต๊ะสนุกเกอร์พร้อมอุปกรณ์ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีอาญา ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

พิพากษายืน แต่ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000669.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550