คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6515/2550 ฉบับเต็ม

#410726
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6515/2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด เจ้าหนี้ นายชูชาติ บุษบงษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง, มาตรา 26 วรรคสี่ เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป 27,750.89 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท อุทธรณ์ของเจ้าหนี้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 24 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้หรือได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงยอมรับว่าคำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป จึงมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด สมควรรับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 26 วรรคสี่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2547 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ยืม จำนอง ตามคำพิพากษาในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเป็นเงิน 1,220,868.84 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นว่า เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,193,117.95 บาท โดยให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ที่ 1 ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ไม่เกินวงเงิน 1,165,000 บาท เงินยังขาดอยู่เท่าใดให้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 อย่างเจ้าหนี้ไม่มีประกันตามมาตรา 130 (7) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่าเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวนเท่าใด เจ้าหนี้อุทธรณ์ขอให้แก้ไขคำสั่งศาลล้มละลายกลางให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในจำนวนที่ถูกต้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงว่าได้พิมพ์ตัวเลขต้นเงินที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยสลับกันในหลักหมื่น ส่วนระยะเวลาที่นำมาคำนวณดอกเบี้ย เจ้าหนี้นับระยะเวลาทั้งหมดเป็นวัน ระเบียบปฏิบัติของกรมบังคับคดีให้นับระยะเวลาเป็นปี เศษของปีให้นับเป็นวันตามจำนวนวันของแต่ละเดือน กรณีเดือนกุมภาพันธ์ 2547 มี 29 วัน แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณให้ 28 วัน ที่ถูกต้องเป็นไปตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ เห็นว่า คดีล้มละลายในชั้นขอรับชำระหนี้ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนหนี้ที่ขอรับชำระ คดีนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป 27,750.89 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท อุทธรณ์ของเจ้าหนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้หรือได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม ทั้งศาลฎีกาได้พิจารณาคำแถลงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นแล้วเห็นว่า มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด สมควรรับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่ สำหรับจำนวนหนี้ที่โต้แย้งกันในชั้นนี้คือดอกเบี้ยนั้น ศาลฎีกาตรวจรายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ที่ระบุว่ามีการพิมพ์ตัวเลขผิด ทำให้คำนวณยอดหนี้ผิดพลาด ที่ถูกคือเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ดอกเบี้ย 516,144.09 บาท เมื่อนำต้นเงิน ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความมารวมเข้าด้วยกันแล้ว หนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระมีจำนวนทั้งสิ้น 1,220,334.96 บาท เจ้าหนี้ขอมา 1,220,868.84 บาท จึงเกินไปกว่าสิทธิที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ เห็นสมควรแก้ไขให้คำสั่งศาลล้มละลายกลางให้ถูกต้อง อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,220,334.96 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-สมชาย พงษธา-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410726
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014605"
    }
}
date
2550
deka_no
6515/2550
deka_running_no
6515
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "สมชาย พงษธา",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 26 วรรคสี่"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เอ็น เอฟ เอส จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชูชาติ บุษบงษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2547

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ยืม จำนอง ตามคำพิพากษาในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเป็นเงิน 1,220,868.84 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นว่า เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,193,117.95 บาท โดยให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ที่ 1 ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ไม่เกินวงเงิน 1,165,000 บาท เงินยังขาดอยู่เท่าใดให้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 อย่างเจ้าหนี้ไม่มีประกันตามมาตรา 130 (7) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่าเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวนเท่าใด เจ้าหนี้อุทธรณ์ขอให้แก้ไขคำสั่งศาลล้มละลายกลางให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในจำนวนที่ถูกต้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงว่าได้พิมพ์ตัวเลขต้นเงินที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยสลับกันในหลักหมื่น ส่วนระยะเวลาที่นำมาคำนวณดอกเบี้ย เจ้าหนี้นับระยะเวลาทั้งหมดเป็นวัน ระเบียบปฏิบัติของกรมบังคับคดีให้นับระยะเวลาเป็นปี เศษของปีให้นับเป็นวันตามจำนวนวันของแต่ละเดือน กรณีเดือนกุมภาพันธ์ 2547 มี 29 วัน แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณให้ 28 วัน ที่ถูกต้องเป็นไปตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ เห็นว่า คดีล้มละลายในชั้นขอรับชำระหนี้ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนหนี้ที่ขอรับชำระ คดีนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป 27,750.89 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท อุทธรณ์ของเจ้าหนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้หรือได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม ทั้งศาลฎีกาได้พิจารณาคำแถลงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นแล้วเห็นว่า มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด สมควรรับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่ สำหรับจำนวนหนี้ที่โต้แย้งกันในชั้นนี้คือดอกเบี้ยนั้น ศาลฎีกาตรวจรายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ที่ระบุว่ามีการพิมพ์ตัวเลขผิด ทำให้คำนวณยอดหนี้ผิดพลาด ที่ถูกคือเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ดอกเบี้ย 516,144.09 บาท เมื่อนำต้นเงิน ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความมารวมเข้าด้วยกันแล้ว หนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระมีจำนวนทั้งสิ้น 1,220,334.96 บาท เจ้าหนี้ขอมา 1,220,868.84 บาท จึงเกินไปกว่าสิทธิที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ เห็นสมควรแก้ไขให้คำสั่งศาลล้มละลายกลางให้ถูกต้อง อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้นบางส่วน"

พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,220,334.96 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000664.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550