คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6589/2550 ฉบับเต็ม

#410732
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6589/2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายศุภชัย บูรณะกิจ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24, มาตรา 26 วรรคสี่ คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านเกี่ยวกับการนับจำนวนเจ้าหนี้ที่ลงคะแนนในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของจำเลยนั้น มิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 24 วรรคสอง ที่จะอุทธรณ์ได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งไม่มีกรณีจำต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องมาเป็นการไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาด เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547 ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 มีเจ้าหนี้รายที่ 1 ถึงที่ 8 ที่ 10 และที่ 12 เข้าร่วมประชุม ในการพิจารณาคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลยที่ 3 โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 กับผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 8 ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 มีจำนวนหนี้รวม 54,255,538.87 บาท ส่วนธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 2 และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เจ้าหนี้รายที่ 12 ซึ่งมีจำนวนหนี้รวม 8,802,447.86 บาท ลงมติไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเห็นว่ามีเจ้าหนี้ที่ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ 2 ราย ลงมติไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ 2 ราย คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับการยอมรับโดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 6 และมาตรา 45 จึงต้องรายงานศาลขอให้พิพากษาให้จำเลยที่ 3 ล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้นับจำนวนเจ้าหนี้กรณีผู้ร้องเพียง 1 เสียง และนับโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 เพียง 1 เสียง นั้นไม่ถูกต้อง เพราะต้องนับจำนวนเจ้าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้แต่ละคำขอรับชำระหนี้เป็น 1 เสียง กรณีผู้ร้องต้องนับคะแนน 3 เสียง กรณีโจทก์ต้องนับคะแนน 4 เสียง ถือได้ว่าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลยที่ 3 แล้ว คำสั่งของผู้คัดค้านทำให้จำเลยที่ 3 เสียหายขาดโอกาสดำเนินธุรกิจต่อไป ส่วนผู้ร้องได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่ได้รับชำระหนี้ในส่วนของจำเลยที่ 3 ขอให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านเป็นว่า คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ได้รับการยอมรับโดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อดำเนินการตามคำขอประนอมหนี้ต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าหนี้รายเดียวกันคือโจทก์ การนับคะแนนเสียงต้องนับเป็น 1 เสียง เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 8 เป็นเจ้าหนี้รายเดียวกันคือผู้ร้อง การนับคะแนนเสียงต้องนับเป็น 1 เสียง รวมเป็น 2 เสียง การที่ผู้คัดค้านให้เจ้าหนี้รายเดียวกันยื่นคำขอรับชำระหนี้แยกจากกันได้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ เพื่อประโยชน์ในการทำความเห็นประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้เสนอต่อศาล แม้เจ้าหนี้รายเดียวกันยื่นคำขอรับชำระหนี้แยกจากกันก็ต้องนับเป็น 1 เสียง ไม่อาจนับเสียงแยกตามคำขอรับชำระหนี้ได้ คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 มีเจ้าหนี้ลงมติยอมรับ 2 เสียง ไม่ยอมรับ 2 เสียง ถือว่าไม่ได้มีมติพิเศษ คำสั่งของผู้คัดค้านชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้คัดค้านเกี่ยวกับการนับจำนวนเจ้าหนี้ที่ลงคะแนนในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง คำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้นเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-สมชาย พงษธา-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410732
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014497"
    }
}
date
2550
deka_no
6589/2550
deka_running_no
6589
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "สมชาย พงษธา",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 26 วรรคสี่"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรุงศรีอยุธยา จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศุภชัย บูรณะกิจ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาด เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547

ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 มีเจ้าหนี้รายที่ 1 ถึงที่ 8 ที่ 10 และที่ 12 เข้าร่วมประชุม ในการพิจารณาคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลยที่ 3 โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 กับผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 8 ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 มีจำนวนหนี้รวม 54,255,538.87 บาท ส่วนธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 2 และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เจ้าหนี้รายที่ 12 ซึ่งมีจำนวนหนี้รวม 8,802,447.86 บาท ลงมติไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเห็นว่ามีเจ้าหนี้ที่ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ 2 ราย ลงมติไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ 2 ราย คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับการยอมรับโดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 6 และมาตรา 45 จึงต้องรายงานศาลขอให้พิพากษาให้จำเลยที่ 3 ล้มละลาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้นับจำนวนเจ้าหนี้กรณีผู้ร้องเพียง 1 เสียง และนับโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 เพียง 1 เสียง นั้นไม่ถูกต้อง เพราะต้องนับจำนวนเจ้าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้แต่ละคำขอรับชำระหนี้เป็น 1 เสียง กรณีผู้ร้องต้องนับคะแนน 3 เสียง กรณีโจทก์ต้องนับคะแนน 4 เสียง ถือได้ว่าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายของจำเลยที่ 3 แล้ว คำสั่งของผู้คัดค้านทำให้จำเลยที่ 3 เสียหายขาดโอกาสดำเนินธุรกิจต่อไป ส่วนผู้ร้องได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่ได้รับชำระหนี้ในส่วนของจำเลยที่ 3 ขอให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านเป็นว่า คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 ได้รับการยอมรับโดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อดำเนินการตามคำขอประนอมหนี้ต่อไป

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าหนี้รายเดียวกันคือโจทก์ การนับคะแนนเสียงต้องนับเป็น 1 เสียง เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 8 เป็นเจ้าหนี้รายเดียวกันคือผู้ร้อง การนับคะแนนเสียงต้องนับเป็น 1 เสียง รวมเป็น 2 เสียง การที่ผู้คัดค้านให้เจ้าหนี้รายเดียวกันยื่นคำขอรับชำระหนี้แยกจากกันได้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ เพื่อประโยชน์ในการทำความเห็นประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้เสนอต่อศาล แม้เจ้าหนี้รายเดียวกันยื่นคำขอรับชำระหนี้แยกจากกันก็ต้องนับเป็น 1 เสียง ไม่อาจนับเสียงแยกตามคำขอรับชำระหนี้ได้ คำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 3 มีเจ้าหนี้ลงมติยอมรับ 2 เสียง ไม่ยอมรับ 2 เสียง ถือว่าไม่ได้มีมติพิเศษ คำสั่งของผู้คัดค้านชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้คัดค้านเกี่ยวกับการนับจำนวนเจ้าหนี้ที่ลงคะแนนในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง คำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้นเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000663.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550