คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7110/2550 ฉบับเต็ม

#410740
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7110/2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายศักดิ์ลิขิต รักสุทธี กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคห้า ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา พ.ศ.2547 มาตรา ข้อ 3 เมื่อศาลฎีกาพิจารณาอุทธรณ์ทั้งฉบับของจำเลยทั้งสองที่โต้แย้งคัดค้านคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด ตลอดจนพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงผลตามคำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลาง ข้อที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์นั้นจึงไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 26 วรรคห้า ประกอบระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาฯ ข้อ 3 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์และไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ก่อนการฟ้องคดีล้มละลาย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า การโอนขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กับโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น โจทก์จึงไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายประกอบกับก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่เคยทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้จึงไม่อาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้นั้น เห็นว่า เมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฉบับทั้งฉบับตลอดจนพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงผลตามคำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลาง ข้อที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์นั้นจึงไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคห้า ประกอบด้วยระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา พ.ศ.2547 ข้อ 3 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง (พิชัย อภิชาตอำมฤต-สมชาย พงษธา-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410740
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014166"
    }
}
date
2550
deka_no
7110/2550
deka_running_no
7110
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต",
    "สมชาย พงษธา",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 26 วรรคห้า"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา พ.ศ.2547",
        "law_abbr": "ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา พ.ศ.2547",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศักดิ์ลิขิต รักสุทธี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์และไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ก่อนการฟ้องคดีล้มละลาย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า การโอนขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กับโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น โจทก์จึงไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายประกอบกับก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่เคยทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้จึงไม่อาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้นั้น เห็นว่า เมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฉบับทั้งฉบับตลอดจนพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงผลตามคำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลาง ข้อที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์นั้นจึงไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคห้า ประกอบด้วยระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยข้ออุทธรณ์ในคดีล้มละลายที่ไม่สมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา พ.ศ.2547 ข้อ 3 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000660.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550