คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6523/2548 ฉบับเต็ม

#410768
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6523/2548 บริษัท วินเทค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด โจทก์ นายฉลาด รัศมีแสงทอง จำเลย พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87 ความผิดฐานยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งอนุสิทธิบัตรตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87 เป็นการกระทำความผิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 172, 174 วรรคท้าย, 267 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายโดยไม่ได้ระบุว่าอุทธรณ์ข้อใดของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ตรวจอุทธรณ์ของโจทก์แล้วปรากฏว่าโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหายื่นขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งอนุสิทธิบัตร เห็นว่า ความผิดฐานยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งอนุสิทธิบัตรตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87 เป็นการกระทำความผิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานนี้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ถึงแม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโจทก์ แต่ในกรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ได้กำหนดกระบวนการที่จะแก้ไขความเสียหายไว้แล้วว่า ในกรณีที่อนุสิทธิบัตรไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่หรือไม่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม บุคคลที่กล่าวอ้างความไม่สมบูรณ์ของอนุสิทธิบัตร หรือบุคคลที่มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการอาจฟ้องต่อศาล ขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรนั้นได้ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 นว ซึ่งถือเป็นกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิของอนุสิทธิบัตรซึ่งโจทก์ก็ได้ดำเนินการฟ้องจำเลยนี้ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พรเพชร วิชิตชลชัย-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-สมชาย จุลนิติ์) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุรพล คงลาภ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(อ) 287/2547 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410768
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายสุรพล คงลาภ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028250"
    }
}
date
2548
deka_no
6523/2548
deka_running_no
6523
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พรเพชร วิชิตชลชัย",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 87"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท วินเทค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายฉลาด รัศมีแสงทอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 172, 174 วรรคท้าย, 267 พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายโดยไม่ได้ระบุว่าอุทธรณ์ข้อใดของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ตรวจอุทธรณ์ของโจทก์แล้วปรากฏว่าโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหายื่นขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งอนุสิทธิบัตร เห็นว่า ความผิดฐานยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งอนุสิทธิบัตรตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 87 เป็นการกระทำความผิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานนี้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ถึงแม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโจทก์ แต่ในกรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ได้กำหนดกระบวนการที่จะแก้ไขความเสียหายไว้แล้วว่า ในกรณีที่อนุสิทธิบัตรไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่หรือไม่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม บุคคลที่กล่าวอ้างความไม่สมบูรณ์ของอนุสิทธิบัตร หรือบุคคลที่มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการอาจฟ้องต่อศาล ขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรนั้นได้ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 นว ซึ่งถือเป็นกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิของอนุสิทธิบัตรซึ่งโจทก์ก็ได้ดำเนินการฟ้องจำเลยนี้ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000788.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(อ) 287/2547
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548