คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2544 ฉบับเต็ม

#41077
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2544 นางสาว อัจฉรา พันธเสน โจทก์ นาย วิโรจน์ ศรีเตลาน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1011 คำว่า "เนื้อความเดียวกัน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1011 มิได้หมายความว่าจะต้องมีข้อความเหมือนเดิมทุกประการมิฉะนั้น วรรคสองของมาตราเดียวกันนี้คงไม่บัญญัติว่า หากผู้สั่งจ่ายรับคำขอร้องดั่งว่ามานั้นแล้ว หากบอกปัดไม่ยอมให้ตั๋วเงินคู่ฉบับเช่นนั้นอาจจะถูกบังคับให้ออกให้ก็ได้ ซึ่งการบังคับดังกล่าว เป็นกรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล หากจะต้องลงวัน เดือน ปี เหมือนเดิมทุกประการตั๋วเงินอาจขาดอายุความหรือไม่สามารถบังคับด้วยเหตุอื่น กฎหมายมิได้มีเจตนารมณ์เช่นนั้น คำว่าเนื้อความเดียวกัน จึงมีความหมายแต่เพียงว่า จะต้องมีสาระสำคัญใช้บังคับได้เช่นตั๋วเงินฉบับเดิม ___________________________ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยให้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไปจำนวน 3 ฉบับแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้เช็คดังกล่าวให้จำเลยใช้เงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม2539) จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยใช้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไปจำนวน 3 ฉบับแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยประสงค์ที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ยังไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากจำเลยเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ชัดแจ้งคือการออกเช็คฉบับใหม่ให้โจทก์จำเลยจะต้องเขียนข้อความอย่างใดเกี่ยวกับวันที่สั่งจ่ายเช็คในเช็คแต่ละฉบับ เพื่อจะให้ตรงคำพิพากษาที่ว่า ให้จำเลยใช้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไป ขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งนัดพร้อมเพื่ออธิบายข้อความดังกล่าวให้โจทก์และจำเลยทราบด้วย ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1011 บัญญัติว่า ถ้าตั๋วเงินหายไปก่อนล่วงเลยกำหนดใช้เงิน ผู้ทรงตั๋วเงินจะร้องขอไปยังผู้สั่งจ่ายให้ ๆ ตั๋วเงิน เป็นเนื้อความเดียวกันแก่ตนอีกฉบับหนึ่งก็ได้ คำว่าเนื้อความเดียวกัน มิได้หมายความว่า จะต้องมีข้อความเหมือนเดิมทุกประการ มิฉะนั้นวรรคสองของมาตราเดียวกันนี้คงไม่บัญญัติว่าหากผู้สั่งจ่ายรับคำขอร้องดั่งว่ามานั้นแล้ว หากบอกปัดไม่ยอมให้ตั๋วเงินคู่ฉบับเช่นนั้น อาจจะถูกบังคับให้ออกให้ก็ได้ ซึ่งการบังคับดังกล่าว เป็นกรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหากจะต้องลงวัน เดือน ปี เหมือนเดิมทุกประการ ตั๋วเงินอาจขาดอายุความ หรือไม่สามารถบังคับด้วยเหตุอื่น กฎหมายมิได้มีเจตนารมณ์เช่นนั้น คำว่าเนื้อความเดียวกัน จึงมีความหมายแต่เพียงว่า จะต้องมีสาระสำคัญใช้บังคับได้เช่นตั๋วเงินฉบับเดิม สำหรับคดีนี้โจทก์จึงมีอำนาจบังคับให้จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับให้แก่โจทก์นับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาฎีกา โดยจำเลยต้องลงวันออกเช็คในวันที่ออกเช็คฉบับใหม่ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมออกให้ โจทก์ก็ชอบที่จะบังคับให้จำเลยใช้เงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับเอาแก่จำเลยได้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไป ที่จำเลยขอให้ศาลฎีกานัดพร้อม จึงไม่จำเป็น" (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-วิชา มั่นสกุล-ยงยศ นิสภัครกุล) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41077
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082067401"
    }
}
date
2544
deka_no
738/2544
deka_running_no
738
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "วิชา มั่นสกุล",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1011"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว อัจฉรา พันธเสน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วิโรจน์ ศรีเตลาน"
    }
]
long_text
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยให้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไปจำนวน 3 ฉบับแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้เช็คดังกล่าวให้จำเลยใช้เงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม2539) จนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน

จำเลยยื่นคำร้องว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยใช้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไปจำนวน 3 ฉบับแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยประสงค์ที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ยังไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากจำเลยเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ชัดแจ้งคือการออกเช็คฉบับใหม่ให้โจทก์จำเลยจะต้องเขียนข้อความอย่างใดเกี่ยวกับวันที่สั่งจ่ายเช็คในเช็คแต่ละฉบับ เพื่อจะให้ตรงคำพิพากษาที่ว่า ให้จำเลยใช้เช็คเป็นเนื้อความเดียวกันกับเช็คที่หายไป ขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งนัดพร้อมเพื่ออธิบายข้อความดังกล่าวให้โจทก์และจำเลยทราบด้วย

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1011 บัญญัติว่า ถ้าตั๋วเงินหายไปก่อนล่วงเลยกำหนดใช้เงิน ผู้ทรงตั๋วเงินจะร้องขอไปยังผู้สั่งจ่ายให้ ๆ ตั๋วเงิน เป็นเนื้อความเดียวกันแก่ตนอีกฉบับหนึ่งก็ได้ คำว่าเนื้อความเดียวกัน มิได้หมายความว่า จะต้องมีข้อความเหมือนเดิมทุกประการ มิฉะนั้นวรรคสองของมาตราเดียวกันนี้คงไม่บัญญัติว่าหากผู้สั่งจ่ายรับคำขอร้องดั่งว่ามานั้นแล้ว หากบอกปัดไม่ยอมให้ตั๋วเงินคู่ฉบับเช่นนั้น อาจจะถูกบังคับให้ออกให้ก็ได้ ซึ่งการบังคับดังกล่าว เป็นกรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหากจะต้องลงวัน เดือน ปี เหมือนเดิมทุกประการ ตั๋วเงินอาจขาดอายุความ หรือไม่สามารถบังคับด้วยเหตุอื่น กฎหมายมิได้มีเจตนารมณ์เช่นนั้น คำว่าเนื้อความเดียวกัน จึงมีความหมายแต่เพียงว่า จะต้องมีสาระสำคัญใช้บังคับได้เช่นตั๋วเงินฉบับเดิม สำหรับคดีนี้โจทก์จึงมีอำนาจบังคับให้จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับให้แก่โจทก์นับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาฎีกา โดยจำเลยต้องลงวันออกเช็คในวันที่ออกเช็คฉบับใหม่ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมออกให้ โจทก์ก็ชอบที่จะบังคับให้จำเลยใช้เงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับเอาแก่จำเลยได้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไป ที่จำเลยขอให้ศาลฎีกานัดพร้อม จึงไม่จำเป็น"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001139.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544