คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2547 ฉบับเต็ม

#410774
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2547 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายอภิชาติ ดุลยพันธ์ธรรม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 39 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสแก่จำเลยจำเลยถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินการให้ได้พยานบุคคลมาศาลเพื่อไต่สวนซึ่งในแต่ละครั้งศาลชั้นต้นได้กำชับจำเลยให้รีบดำเนินการเพื่อให้นำพยานมาศาลในวันนัด แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่สามารถนำพยานมาศาลได้เลย ทั้งเหตุผลที่ไม่สามารถนำพยานมาได้ก็คงเป็นเหตุผลเดียวกันทุกครั้งคือติดขัดด้วยระเบียบของทางราชการ แต่จำเลยก็หาได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวพยานมาศาล ทั้งมิได้แถลงให้ศาลทราบว่าจะสามารถติดตามพยานมาไต่สวนได้หรือไม่ เมื่อใด เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปอีก โดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและให้งดไต่สวนพยานจำเลยนั้น ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอโอนคดีไปพิจารณาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โดยอ้างว่าขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 17 ปี 7 เดือน เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2525 ระหว่างไต่สวนคำร้อง จำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยประวิงคดีและสั่งงดไต่สวนพยานจำเลย แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอเลื่อนคดีของจำเลย และมีคำสั่งงดไต่สวนพยานจำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งงดไต่สวนพยานจำเลย ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสแก่จำเลยถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินการให้ได้พยานบุคคลมาศาลเพื่อไต่สวน ซึ่งในแต่ละครั้งศาลชั้นต้นได้กำชับจำเลยให้รีบดำเนินการเพื่อให้นำพยานมาศาลในวันนัด แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่สามารถนำพยานมาศาลได้เลย ทั้งเหตุผลที่ไม่สามารถนำพยานมาได้ก็คงเป็นเหตุผลเดียวกันทุกครั้งคือติดขัดด้วยระเบียบของทางราชการ แต่จำเลยก็หาได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวพยานมาศาล ทั้งมิได้แถลงให้ศาลทราบว่าสามารถติดตามพยานมาไต่สวนได้หรือไม่ เมื่อใด ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปอีก โดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและให้งดไต่สวนพยานจำเลยนั้น ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาขอให้โอนคดีไปพิจารณาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุที่จำเลยถูกจับกุม จำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ ยังเป็นเยาวชนอยู่นั้น เห็นว่า ในชั้นไต่สวนจำเลยและพยานจำเลยเบิกความลอยๆ ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ โดยไม่ได้นำพยานเอกสารของทางราชการมาแสดงให้เห็นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ ยังเป็นเยาวชนอยู่ ขัดแย้งกับสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.5 ซึ่งระบุชัดเจนว่าจำเลยเกิดวันที่ 2 เมษายน 2523 นับถึงวันเกิดเหตุจำเลยมีอายุครบ 20 ปี แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องในข้อนี้มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน" พิพากษายืน (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410774
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082041732"
    }
}
date
2547
deka_no
886/2547
deka_running_no
886
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอภิชาติ ดุลยพันธ์ธรรม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอโอนคดีไปพิจารณาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โดยอ้างว่าขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 17 ปี 7 เดือน เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2525 ระหว่างไต่สวนคำร้อง จำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์ส่อแสดงว่าจำเลยประวิงคดีและสั่งงดไต่สวนพยานจำเลย แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอเลื่อนคดีของจำเลย และมีคำสั่งงดไต่สวนพยานจำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งงดไต่สวนพยานจำเลย ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสแก่จำเลยถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินการให้ได้พยานบุคคลมาศาลเพื่อไต่สวน ซึ่งในแต่ละครั้งศาลชั้นต้นได้กำชับจำเลยให้รีบดำเนินการเพื่อให้นำพยานมาศาลในวันนัด แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดจำเลยไม่สามารถนำพยานมาศาลได้เลย ทั้งเหตุผลที่ไม่สามารถนำพยานมาได้ก็คงเป็นเหตุผลเดียวกันทุกครั้งคือติดขัดด้วยระเบียบของทางราชการ แต่จำเลยก็หาได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวพยานมาศาล ทั้งมิได้แถลงให้ศาลทราบว่าสามารถติดตามพยานมาไต่สวนได้หรือไม่ เมื่อใด ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปอีก โดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและให้งดไต่สวนพยานจำเลยนั้น ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาขอให้โอนคดีไปพิจารณาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุที่จำเลยถูกจับกุม จำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ ยังเป็นเยาวชนอยู่นั้น เห็นว่า ในชั้นไต่สวนจำเลยและพยานจำเลยเบิกความลอยๆ ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ โดยไม่ได้นำพยานเอกสารของทางราชการมาแสดงให้เห็นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุเพียง 17 ปีเศษ ยังเป็นเยาวชนอยู่ ขัดแย้งกับสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.5 ซึ่งระบุชัดเจนว่าจำเลยเกิดวันที่ 2 เมษายน 2523 นับถึงวันเกิดเหตุจำเลยมีอายุครบ 20 ปี แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องในข้อนี้มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000911.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547