คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2547 ฉบับเต็ม

#410787
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2547 นายประมวล ยุวมิตร โจทก์ นายผัน สืบเสนาะห์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 321 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 และจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินคืนโจทก์ ในวันทำสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยที่ 1 ได้นำใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์กระบะมาวางประกันและทำใบมอบอำนาจให้โจทก์โอนรถยนต์กระบะดังกล่าวมาเป็นของโจทก์ โจทก์ได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรับโอนรถยนต์กระบะ แต่เจ้าหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์ไม่สามารถจดทะเบียนโอนรถของจำเลยที่ 1 เป็นของโจทก์ได้เนื่องจากรถยนต์กระบะดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินคดี จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับโอนรถยนต์กระบะดังกล่าวเป็นการชำระหนี้แทนเงินกู้ยืม หนี้ของโจทก์ตามฟ้องยังไม่ระงับ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ต้นเงิน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้ยืมจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องคิดเป็นเงิน 25,733 บาท จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 กรกฎาคม 2543) ต้องไม่เกิน 25,733 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ไป 160,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 และจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินคืนโจทก์ ในวันทำสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยที่ 1 ได้นำใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี มาวางประกันและทำใบมอบอำนาจให้โจทก์โอนรถยนต์ดังกล่าวมาเป็นของโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ได้จดทะเบียนโอนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี ของจำเลยที่ 1 มาเป็นของโจทก์ เป็นการชำระหนี้แทนเงินกู้ยืมหรือไม่ โจทก์มีนายดาบตำรวจประดิษฐ์ ดอกไม้ มาเบิกความเป็นพยานว่า พยานรับราชการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี มีหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 โจทก์ได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรับโอนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี แต่ไม่สามารถจดทะเบียนโอนให้ได้เนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินคดี พยานจึงได้ยกเลิกรายการขอจดทะเบียนรับโอนของโจทก์ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้เบิกความเจือสมพยานโจทก์ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า จำเลยที่ 1 ทราบว่ารถยนต์ดังกล่าวไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้ จำเลยที่ 2 เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า รถยนต์ของจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนไปแล้วต่อมามีการยกเลิก เมื่อพิเคราะห์ใบคู่มือจดทะเบียนแล้วปรากฏว่า มีการขีดขวางรายการจดทะเบียนและประทับตรายกเลิก ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์ไม่สามารถจดทะเบียนโอนรถของจำเลยที่ 1 เป็นของโจทก์ได้เนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินคดี จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับโอนรถยนต์ดังกล่าวเป็นการชำระหนี้แทนเงินกู้ยืม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า หนี้ของโจทก์ตามฟ้องระงับไปแล้ว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วสันต์ ตรีสุวรรณ-สมบัติ อรรถพิมล-วิบูลย์ นนทสูติ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410787
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042488"
    }
}
date
2547
deka_no
149/2547
deka_running_no
149
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "สมบัติ อรรถพิมล",
    "วิบูลย์ นนทสูติ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 321"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประมวล ยุวมิตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายผัน สืบเสนาะห์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ต้นเงิน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้ยืมจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องคิดเป็นเงิน 25,733 บาท

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 กรกฎาคม 2543) ต้องไม่เกิน 25,733 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ไป 160,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 และจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินคืนโจทก์ ในวันทำสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยที่ 1 ได้นำใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี มาวางประกันและทำใบมอบอำนาจให้โจทก์โอนรถยนต์ดังกล่าวมาเป็นของโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ได้จดทะเบียนโอนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี ของจำเลยที่ 1 มาเป็นของโจทก์ เป็นการชำระหนี้แทนเงินกู้ยืมหรือไม่ โจทก์มีนายดาบตำรวจประดิษฐ์ ดอกไม้ มาเบิกความเป็นพยานว่า พยานรับราชการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี มีหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 โจทก์ได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรับโอนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผ-8841 อุบลราชธานี แต่ไม่สามารถจดทะเบียนโอนให้ได้เนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินคดี พยานจึงได้ยกเลิกรายการขอจดทะเบียนรับโอนของโจทก์ ซึ่งจำเลยทั้งสองได้เบิกความเจือสมพยานโจทก์ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า จำเลยที่ 1 ทราบว่ารถยนต์ดังกล่าวไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้ จำเลยที่ 2 เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า รถยนต์ของจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนไปแล้วต่อมามีการยกเลิก เมื่อพิเคราะห์ใบคู่มือจดทะเบียนแล้วปรากฏว่า มีการขีดขวางรายการจดทะเบียนและประทับตรายกเลิก ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์ไม่สามารถจดทะเบียนโอนรถของจำเลยที่ 1 เป็นของโจทก์ได้เนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินคดี จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับโอนรถยนต์ดังกล่าวเป็นการชำระหนี้แทนเงินกู้ยืม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า หนี้ของโจทก์ตามฟ้องระงับไปแล้ว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000918.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547