คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175 -ที่ 176/2547 ฉบับเต็ม

#410791
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175 - 176/2547 บริษัทรื่นก่อสร้าง จำกัด โจทก์ นางอัจฉรา เจียมพิรุฬห์กิจ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 79 การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับในครั้งนี้ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน จึงต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลย จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงอีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,300,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท วันที่ 7 มีนาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเพิ่งทราบว่าแพ้คดีหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยแล้ว และจากการตรวจสำนวนจึงพบว่า นายชัยวัฒน์ นกเทศ และนายสมปอง พุ่มห้วยรอบ นำใบแต่งทนายความที่จำเลยลงชื่อให้ทนายความคนอื่นไว้ไปกรอกข้อความแต่งตั้งตนเองเป็นทนายจำเลยและเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่มีอำนาจ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีนี้ทั้งหมด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม 2545 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ก่อน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายแล้วให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดังกล่าวมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมาย โดยให้ปิดหมายได้ วันที่ 23 พฤษภาคม 2545 ศาลชั้นต้นออกหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยปฏิบัติ วันที่ 26 เดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นนำหมายนัดฉบับนี้ไปปิดที่หน้าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย เนื่องจากไม่พบจำเลยและไม่มีผู้รับหมายไว้แทน วันที่ 17 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่เคยพบเห็นหมายนัดของศาลชั้นต้นดังกล่าว ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อมาตรวจสำนวน จึงขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดนั้นได้ส่งไปที่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบแล้ว ถือว่าจำเลยทราบ ข้ออ้างของจำเลยไม่มีเหตุให้รับฟัง ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับและมีคำสั่งว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบคำสั่งศาลตามหมายนัดที่ปิดไว้ ขอให้อนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ใหม่นั้น เห็นว่า การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยคือ บ้านเลขที่ 6 ถนนเทศบาล 3 ซอย 4 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับครั้งเกิดเหตุในวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลเลยว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลยดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงไปได้อีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลย และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-วิบูลย์ มีอาสา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410791
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042482"
    }
}
date
2547
deka_no
176/2547
deka_running_no
176
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "วิบูลย์ มีอาสา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 79"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทรื่นก่อสร้าง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอัจฉรา เจียมพิรุฬห์กิจ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,300,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท วันที่ 7 มีนาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเพิ่งทราบว่าแพ้คดีหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยแล้ว และจากการตรวจสำนวนจึงพบว่า นายชัยวัฒน์ นกเทศ และนายสมปอง พุ่มห้วยรอบ นำใบแต่งทนายความที่จำเลยลงชื่อให้ทนายความคนอื่นไว้ไปกรอกข้อความแต่งตั้งตนเองเป็นทนายจำเลยและเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่มีอำนาจ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีนี้ทั้งหมด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม 2545 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ก่อน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายแล้วให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดังกล่าวมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมาย โดยให้ปิดหมายได้ วันที่ 23 พฤษภาคม 2545 ศาลชั้นต้นออกหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยปฏิบัติ วันที่ 26 เดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นนำหมายนัดฉบับนี้ไปปิดที่หน้าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย เนื่องจากไม่พบจำเลยและไม่มีผู้รับหมายไว้แทน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่เคยพบเห็นหมายนัดของศาลชั้นต้นดังกล่าว ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อมาตรวจสำนวน จึงขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดนั้นได้ส่งไปที่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบแล้ว ถือว่าจำเลยทราบ ข้ออ้างของจำเลยไม่มีเหตุให้รับฟัง ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับและมีคำสั่งว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 2

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบคำสั่งศาลตามหมายนัดที่ปิดไว้ ขอให้อนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ใหม่นั้น เห็นว่า การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยคือ บ้านเลขที่ 6 ถนนเทศบาล 3 ซอย 4 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับครั้งเกิดเหตุในวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลเลยว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลยดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงไปได้อีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลย และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000918.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175 -
year
2547