คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2547 ฉบับเต็ม

#410819
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2547 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายเจะอารง กาเดร์ จำเลย ป.อ. มาตรา 56 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 จำเลยกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ เมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนำทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้านที่จำเลยกระทำดังกล่าวไปใช้สมัครรับเลือกตั้งจนได้รับการเลือกตั้งทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติ ถือได้ว่าจำเลยช่วยส่งเสริมให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยของประเทศเป็นไปโดยไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม อันเป็นการบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ล่ามประจำอำเภอปะนาเระ มีหน้าที่ด้านทะเบียนราษฎร์เกี่ยวกับการแจ้งย้ายเข้าและย้ายออกของประชาชน ซึ่งตามวันเวลาดังกล่าวนายอิสมาแอ แวสาเต๊ะ ยื่นหลักฐานขอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี จำเลยกรอกข้อความลงในทะเบียนบ้านฉบับอำเภอและฉบับเจ้าของบ้านไม่ตรงกัน กล่าวคือ จำเลยกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านฉบับอำเภอเป็นวันที่ 6 มกราคม 2540 และกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้านเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2539 ซึ่งความจริงแล้วจำเลยมีหน้าที่ต้องกรอกวันที่ย้ายเข้าให้ถูกต้องตรงกันในทะเบียนบ้านทั้งสองฉบับเป็นวันที่ 31 มกราคม 2540 อันเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ และเป็นการช่วยเหลือนายอิสมาแอให้มีภูมิลำเนาและมีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่ในบ้านเลขที่ 115 ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำ และนายอิสมาแอได้นำทะเบียนบ้านนั้นไปใช้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำจะได้รับการเลือกตั้งทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติอันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่อำเภอปะนาเระ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำ และผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 (ที่ถูก มาตรา 50 วรรคหนึ่ง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำการเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างใดอย่างหนึ่งในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ จำคุก 1 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิดเพราะเชื่อโดยสุจริตว่าการลงวันที่ในทะเบียนบ้านไม่ถูกต้องหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรคงไม่อนุมัติ เป็นทำนองว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า ชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้ออ้างของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว และเป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นฎีกาที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยจึงเป็นปัญหาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ของศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านอันเป็นเท็จนั้น เป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ เมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนำทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้านที่จำเลยกระทำดังกล่าวไปใช้สมัครรับเลือกตั้งจนได้รับการเลือกตั้งทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติ ถือได้ว่าจำเลยช่วยส่งเสริมให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยของประเทศเป็นไปโดยไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอันเป็นการบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410819
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082041408"
    }
}
date
2547
deka_no
1258/2547
deka_running_no
1258
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 50"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจะอารง กาเดร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ล่ามประจำอำเภอปะนาเระ มีหน้าที่ด้านทะเบียนราษฎร์เกี่ยวกับการแจ้งย้ายเข้าและย้ายออกของประชาชน ซึ่งตามวันเวลาดังกล่าวนายอิสมาแอ แวสาเต๊ะ ยื่นหลักฐานขอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี จำเลยกรอกข้อความลงในทะเบียนบ้านฉบับอำเภอและฉบับเจ้าของบ้านไม่ตรงกัน กล่าวคือ จำเลยกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านฉบับอำเภอเป็นวันที่ 6 มกราคม 2540 และกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้านเป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2539 ซึ่งความจริงแล้วจำเลยมีหน้าที่ต้องกรอกวันที่ย้ายเข้าให้ถูกต้องตรงกันในทะเบียนบ้านทั้งสองฉบับเป็นวันที่ 31 มกราคม 2540 อันเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ และเป็นการช่วยเหลือนายอิสมาแอให้มีภูมิลำเนาและมีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่ในบ้านเลขที่ 115 ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำ และนายอิสมาแอได้นำทะเบียนบ้านนั้นไปใช้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำจะได้รับการเลือกตั้งทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติอันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่อำเภอปะนาเระ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำ และผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 (ที่ถูก มาตรา 50 วรรคหนึ่ง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำการเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างใดอย่างหนึ่งในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ จำคุก 1 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิดเพราะเชื่อโดยสุจริตว่าการลงวันที่ในทะเบียนบ้านไม่ถูกต้องหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรคงไม่อนุมัติ เป็นทำนองว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า ชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้ออ้างของจำเลยเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว และเป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นฎีกาที่ขัดกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยจึงเป็นปัญหาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ของศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยกรอกวันที่ย้ายเข้าลงในทะเบียนบ้านอันเป็นเท็จนั้น เป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ เมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนำทะเบียนบ้านฉบับเจ้าของบ้านที่จำเลยกระทำดังกล่าวไปใช้สมัครรับเลือกตั้งจนได้รับการเลือกตั้งทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติ ถือได้ว่าจำเลยช่วยส่งเสริมให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยของประเทศเป็นไปโดยไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอันเป็นการบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000908.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547