คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2549 ฉบับเต็ม

#410841
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2549 เมืองพัทยา โจทก์ นางรำไพ กาญจนวาหะ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/31 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 19, มาตรา 25, มาตรา 31, มาตรา 38 (เดิม), มาตรา 42 จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระภายใน 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 38 (เดิม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เมื่อจำเลยมิได้ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และมิได้ชำระค่าภาษีตามการประเมินดังกล่าวภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537 อันเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามการประเมินดังกล่าว จึงเป็นค่าภาษีค้างชำระอันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับเอาแก่จำเลยได้ นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไป เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 จึงยังอยู่ภายในระยะเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ยังไม่ขาดอายุความ (ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2538) เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินแล้ว หากจำเลยไม่พอใจ กฎหมายกำหนดให้จำเลยต้องยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรหรือสมุหเทศาภิบาล ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยย่อมไม่อาจโต้แย้งหรือยกข้อต่อสู้ในประเด็นเกี่ยวกับการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในชั้นศาลได้ เพราะปัญหาดังกล่าวยุติไปในชั้นการประเมิน (ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2530, 705/2531) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำนวน 247,500 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำนวน 247,500 บาท ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ยื่นแบบรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2535 ถึง 2537 สำหรับโรงเรือนและที่ดินเลขที่ 465/64 หมู่ที่ 9 ซอยสำนักสงฆ์ ถนนพัทยากลาง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ต่อโจกท์ไว้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2537 โจทก์ได้ทำการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้วแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบตามใบแจ้งรายการประเมินตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2537 จำเลยได้รับแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 และมิได้มีคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ในปีภาษี 2535 ถึง 2537 จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรือนและที่ดินพิพาท และจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุคคลอื่นไปเมื่อปี 2538 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า สิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระต่อพนักงานเก็บภาษีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 38 (เดิม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และมิได้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537 อันเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระแล้ว ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2535 และ 2536 จึงเป็นค่าภาษีค้างชำระอันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับเอาแก่จำเลยได้นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไป หาใช่นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2535 และ 2536 ตามที่จำเลยเข้าใจแต่อย่างใดไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 จึงยังอยู่ภายในระยะเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ยังไม่ขาดอายุความ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยสามารถโต้แย้งหรือยกข้อต่อสู้ในประเด็นว่า โจทก์มีอำนาจประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจากจำเลยหรือไม่ในชั้นศาลได้นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินแล้วหากจำเลยไม่พอใจกฎหมายกำหนดวิธีการให้จำเลยต้องยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรหรือสมุหเทศาภิบาลขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน หากจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 จำเลยย่อมไม่อาจโต้แย้งหรือยกข้อต่อสู้ในประเด็นเกี่ยวกับการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในชั้นศาลได้ เพราะปัญหาดังกล่าวย่อมยุติไปในชั้นการประเมิน ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (ชาลี ทัพภวิมล-ทองหล่อ โฉมงาม-กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล) ศาลภาษีอากรกลาง - นายประภาศ คงเอียด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410841
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายประภาศ คงเอียด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027064"
    }
}
date
2549
deka_no
37/2549
deka_running_no
37
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 19",
            "ม. 25",
            "ม. 31",
            "ม. 38 (เดิม)",
            "ม. 42"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เมืองพัทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางรำไพ กาญจนวาหะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำนวน 247,500 บาท ให้แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำนวน 247,500 บาท ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ยื่นแบบรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2535 ถึง 2537 สำหรับโรงเรือนและที่ดินเลขที่ 465/64 หมู่ที่ 9 ซอยสำนักสงฆ์ ถนนพัทยากลาง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ต่อโจกท์ไว้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2537 โจทก์ได้ทำการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้วแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบตามใบแจ้งรายการประเมินตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2537 จำเลยได้รับแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 และมิได้มีคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ในปีภาษี 2535 ถึง 2537 จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรือนและที่ดินพิพาท และจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บุคคลอื่นไปเมื่อปี 2538

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า สิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระต่อพนักงานเก็บภาษีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 38 (เดิม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และมิได้ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2537 อันเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระแล้ว ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2535 และ 2536 จึงเป็นค่าภาษีค้างชำระอันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับเอาแก่จำเลยได้นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2537 เป็นต้นไป หาใช่นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2535 และ 2536 ตามที่จำเลยเข้าใจแต่อย่างใดไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 จึงยังอยู่ภายในระยะเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 ยังไม่ขาดอายุความ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยสามารถโต้แย้งหรือยกข้อต่อสู้ในประเด็นว่า โจทก์มีอำนาจประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจากจำเลยหรือไม่ในชั้นศาลได้นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินแล้วหากจำเลยไม่พอใจกฎหมายกำหนดวิธีการให้จำเลยต้องยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรหรือสมุหเทศาภิบาลขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน หากจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 จำเลยย่อมไม่อาจโต้แย้งหรือยกข้อต่อสู้ในประเด็นเกี่ยวกับการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในชั้นศาลได้ เพราะปัญหาดังกล่าวย่อมยุติไปในชั้นการประเมิน ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000777.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549