คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2544 ฉบับเต็ม

#41086
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นาง กำไล รัตนโชติ ผู้ร้อง นาย สามารถ วิไลแสง จำเลย ป.อ. มาตรา 36 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องไม่อาจขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางคันดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่ารถยนต์บรรทุกของกลางนั้นได้ให้จำเลยเช่า และจำเลยได้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปรับจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรวิศวโยธา บรรทุกดิน หิน ทราย จนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเป็นคดีนี้ แต่กลับปรากฏจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของตัวจำเลยเองว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่ารถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง เป็นของผู้ร้องจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง มีรายได้เดือนละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเช่นนี้เป็นการให้การในทันทีภายหลังจากที่ถูกจับกุม ยังไม่มีเวลาคิดทบทวนหาเหตุผลเพื่อมาสนับสนุนผู้ร้องในการร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้แม้จำเลยจะได้เบิกความตอบคำถามติงไว้ว่าจำเลยได้ทักท้วงพนักงานสอบสวนที่ระบุในคำให้การว่าจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง คำเบิกความดังกล่าวก็ไม่น่าเชื่อเพราะไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะไปทักท้วงพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดในทางอาญาของตน ส่วนหลักฐานอื่น ๆที่ผู้ร้องนำมาสืบไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า สัญญาจ้างรถร่วมและบันทึกข้อตกลง ก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความรับรู้ของผู้ร้อง และผู้ร้องสามารถจัดทำขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์-จำรูญ แสนภักดี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
41086
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066825"
    }
}
date
2544
deka_no
1133/2544
deka_running_no
1133
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง กำไล รัตนโชติ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สามารถ วิไลแสง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางคันดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่ารถยนต์บรรทุกของกลางนั้นได้ให้จำเลยเช่า และจำเลยได้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปรับจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรวิศวโยธา บรรทุกดิน หิน ทราย จนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเป็นคดีนี้ แต่กลับปรากฏจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของตัวจำเลยเองว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่ารถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง เป็นของผู้ร้องจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง มีรายได้เดือนละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเช่นนี้เป็นการให้การในทันทีภายหลังจากที่ถูกจับกุม ยังไม่มีเวลาคิดทบทวนหาเหตุผลเพื่อมาสนับสนุนผู้ร้องในการร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้แม้จำเลยจะได้เบิกความตอบคำถามติงไว้ว่าจำเลยได้ทักท้วงพนักงานสอบสวนที่ระบุในคำให้การว่าจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง คำเบิกความดังกล่าวก็ไม่น่าเชื่อเพราะไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะไปทักท้วงพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดในทางอาญาของตน ส่วนหลักฐานอื่น ๆที่ผู้ร้องนำมาสืบไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า สัญญาจ้างรถร่วมและบันทึกข้อตกลง ก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความรับรู้ของผู้ร้อง และผู้ร้องสามารถจัดทำขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001134.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544