คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2547 ฉบับเต็ม

#410861
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2547 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายธงชัย พิมพาทองดี จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 288 จำเลยและผู้ตายกอดปล้ำต่อสู้กัน จำเลยพลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมผู้ตายอยู่ด้านบน จึงย่อมสามารถใช้มีดแทงผู้ตายได้ถนัดและสามารถเลือกแทงได้ การที่จำเลยใช้มีดของกลางซึ่งเป็นมีดปลายแหลมขนาดใหญ่แทงไปที่บริเวณชายโครงขวาของผู้ตายจนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรงถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 15 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่มีดของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยใช้มีดของกลางแทงผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์มีนายไพบูลย์ มูลธาธรรม บิดาของผู้ตายและนางบุญเลียน มัตถะปะโท เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ขณะที่จำเลยและผู้ตายกอดปล้ำต่อสู้กันอยู่นั้น พยานทั้งสองเห็นจำเลยขึ้นนั่งคร่อมผู้ตายที่นอนหงายอยู่ และจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนว่า จำเลยพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบนก่อนจะใช้มีดแทงผู้ตาย เห็นว่า การที่จำเลยนั่งคร่อมผู้ตายอยู่ด้านบนนั้น ย่อมสามารถใช้มีดแทงผู้ตายได้ถนัดและสามารถเลือกแทงได้ การที่จำเลยใช้มีดของกลางซึ่งเป็นมีดปลายแหลมขนาดใหญ่แทงไปที่บริเวณชายโครงขวาของผู้ตาย จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ตามภาพถ่ายผู้ตาย แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรงถูกที่อวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบานั้น เห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลยเพียง 15 ปี ซึ่งเป็นโทษขั้นต่ำสุด แล้วลดโทษให้หนึ่งในสามเหลือจำคุก 10 ปี นั้น นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอย่างยิ่งแล้ว ไม่มีเหตุที่จะลดโทษให้จำเลยอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410861
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042037"
    }
}
date
2547
deka_no
698/2547
deka_running_no
698
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 288"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธงชัย พิมพาทองดี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 15 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่มีดของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยใช้มีดของกลางแทงผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์มีนายไพบูลย์ มูลธาธรรม บิดาของผู้ตายและนางบุญเลียน มัตถะปะโท เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ขณะที่จำเลยและผู้ตายกอดปล้ำต่อสู้กันอยู่นั้น พยานทั้งสองเห็นจำเลยขึ้นนั่งคร่อมผู้ตายที่นอนหงายอยู่ และจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนว่า จำเลยพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบนก่อนจะใช้มีดแทงผู้ตาย เห็นว่า การที่จำเลยนั่งคร่อมผู้ตายอยู่ด้านบนนั้น ย่อมสามารถใช้มีดแทงผู้ตายได้ถนัดและสามารถเลือกแทงได้ การที่จำเลยใช้มีดของกลางซึ่งเป็นมีดปลายแหลมขนาดใหญ่แทงไปที่บริเวณชายโครงขวาของผู้ตาย จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ตามภาพถ่ายผู้ตาย แสดงว่าจำเลยแทงโดยแรงถูกที่อวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบานั้น เห็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลยเพียง 15 ปี ซึ่งเป็นโทษขั้นต่ำสุด แล้วลดโทษให้หนึ่งในสามเหลือจำคุก 10 ปี นั้น นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยอย่างยิ่งแล้ว ไม่มีเหตุที่จะลดโทษให้จำเลยอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000914.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547