คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2547 ฉบับเต็ม

#410904
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2547 นายทนงศักดิ์ คตจำปา โจทก์ นายหมั่น บุญเชิญ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของโจทก์ซึ่งรับโอนมาจากมารดา ส่วนจำเลยให้การต่อสู้คดีว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของ บ. ย่าของโจทก์ ซึ่งต่อมายกที่ดินดังกล่าวให้แก่ ล. ภริยาจำเลยซึ่งเป็นหลาน จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของภริยา คดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์และเมื่อหนังสือสัญญาให้ตีราคาที่ดินพิพาททั้งแปลงเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา มีราคาเพียง 20,000 บาท ดังนั้น ค่าเช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 88 ตารางวา ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่จะมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท เมื่อคดีนี้เป็นกรณีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้าน เสารั้ว พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน โจทก์และจำเลยตกลงให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินส่วนพิพาทและจัดทำแผนที่ไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของภริยาจำเลยนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ของโจทก์ ซึ่งรับโอนมาจากมารดาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2541 ส่วนจำเลยให้การต่อสู้คดีว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของนางบิ้ง คตจำปา ย่าของโจทก์ ต่อมานางบิ้งยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นางเลียง บุญเชิญ ภริยาจำเลยซึ่งเป็นหลานจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของภริยา มีการปลูกต้นไม้ผลและทำรั้วปลูกบ้านอยู่อาศัยจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ดังนี้ จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อพิเคราะห์หนังสือสัญญาให้ตามเอกสารหมาย จ.3 ที่ตีราคาที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ของโจทก์ทั้งแปลงเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา มีราคาเพียง 20,000 บาท จึงน่าเชื่อได้ว่า ค่าเช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 88 ตารางวา ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่จะมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทอย่างแน่นอน เมื่อคดีนี้เป็นกรณีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทอันต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือภริยาจำเลยให้จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 และยกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่จำเลย (วิบูลย์ มีอาสา-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410904
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040871"
    }
}
date
2547
deka_no
1854/2547
deka_running_no
1854
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทนงศักดิ์ คตจำปา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหมั่น บุญเชิญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้าน เสารั้ว พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ก่อนสืบพยาน โจทก์และจำเลยตกลงให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินส่วนพิพาทและจัดทำแผนที่ไว้

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของภริยาจำเลยนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ของโจทก์ ซึ่งรับโอนมาจากมารดาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2541 ส่วนจำเลยให้การต่อสู้คดีว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของนางบิ้ง คตจำปา ย่าของโจทก์ ต่อมานางบิ้งยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นางเลียง บุญเชิญ ภริยาจำเลยซึ่งเป็นหลานจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของภริยา มีการปลูกต้นไม้ผลและทำรั้วปลูกบ้านอยู่อาศัยจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ดังนี้ จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อพิเคราะห์หนังสือสัญญาให้ตามเอกสารหมาย จ.3 ที่ตีราคาที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เลขที่ 925 ของโจทก์ทั้งแปลงเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวา มีราคาเพียง 20,000 บาท จึงน่าเชื่อได้ว่า ค่าเช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 88 ตารางวา ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่จะมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทอย่างแน่นอน เมื่อคดีนี้เป็นกรณีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทอันต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือภริยาจำเลยให้จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 และยกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่จำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000903.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547