คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2547 ฉบับเต็ม

#410931
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2547 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสมศักดิ์ พลอยคำหรือคำพลอย จำเลย ป.อ. มาตรา 56, มาตรา 65, มาตรา 335 (1) พฤติการณ์แห่งคดีตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิด และจำเลยสามารถหลบหนีไปโดยว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน แสดงว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยไม่ได้อยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรง จำเลยกระทำความผิดในขณะสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ จึงไม่เป็นกรณีที่จะได้รับยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.อ. มาตรา 65 การที่บิดาของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์จำเลย ก็เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของจำเลยเท่านั้น ส่วนที่จำเลยได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยตามบันทึกชดใช้ค่าเสียหายนั้น ก็ปรากฏว่าบันทึกดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายจึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ใช่เป็นการบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก วรรคแรก) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ ปรากฏว่าผู้เสียหายวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะหน้าร้านแล้วหันไปปิดประตู จำเลยหยิบเอากระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไปแล้วว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน จำเลยนอนค้างที่บ้านเพื่อนแล้วจำเลยนำเงินไปเล่นเกมและการพนันจนหมด ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ แม้จะรับฟังรายงานกผลการทดสอบทางจิตวิทยาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 2 ซึ่งได้กระทำภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยน่าจะอยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรงสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในระดับฝึกฝนทักษะพื้นฐานในด้านการช่วยเหลือตนเอง แต่จะมีความยากลำบากในการจัดการสอนแบบชั้นเรียน และอาจมีปัญหาในการตัดสินใจ ถูกชักจูงได้ง่าย หลบหลีกภัยหรือปกป้องตนเองไม่เป็น แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่ หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิด และจากพฤติการณ์ที่จำเลยสามารถหลบหนีไปโดยว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน แสดงว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยไม่ได้อยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรง จำเลยกระทำความผิดในขณะสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ จึงไม่เป็นกรณีที่จะได้รับยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ทั้งโทษที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลย 1 ปี นั้น เป็นการลงโทษในอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษให้จำเลยต่ำกว่านี้ได้อีก ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่าขณะนี้บิดาของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์จำเลย ก็เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของจำเลยเท่านั้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,610 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยตามบันทึกชดใช้ค่าเสียหายเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 3 นั้น ก็ปรากฏว่าบันทึกดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายจึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่ใช่เป็นการบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกและไม่รอการลงโทษให้นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประชา ประสงค์จรรยา-องอาจ โรจนสุพจน์-พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
410931
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042703"
    }
}
date
2547
deka_no
101/2547
deka_running_no
101
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56",
            "ม. 65",
            "ม. 335 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมศักดิ์ พลอยคำหรือคำพลอย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก วรรคแรก) จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 8,610 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ ปรากฏว่าผู้เสียหายวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะหน้าร้านแล้วหันไปปิดประตู จำเลยหยิบเอากระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไปแล้วว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน จำเลยนอนค้างที่บ้านเพื่อนแล้วจำเลยนำเงินไปเล่นเกมและการพนันจนหมด ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ แม้จะรับฟังรายงานกผลการทดสอบทางจิตวิทยาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 2 ซึ่งได้กระทำภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยน่าจะอยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรงสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในระดับฝึกฝนทักษะพื้นฐานในด้านการช่วยเหลือตนเอง แต่จะมีความยากลำบากในการจัดการสอนแบบชั้นเรียน และอาจมีปัญหาในการตัดสินใจ ถูกชักจูงได้ง่าย หลบหลีกภัยหรือปกป้องตนเองไม่เป็น แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดข่มขู่ หรือชักชวนให้จำเลยกระทำความผิด และจากพฤติการณ์ที่จำเลยสามารถหลบหนีไปโดยว่าจ้างรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่บ้านเพื่อน แสดงว่าระดับเชาวน์ปัญญาของจำเลยไม่ได้อยู่ในระดับปัญญาอ่อนรุนแรง จำเลยกระทำความผิดในขณะสามารถรู้ผิดชอบและสามารถบังคับตนเองได้ จึงไม่เป็นกรณีที่จะได้รับยกเว้นโทษหรือลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ทั้งโทษที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลย 1 ปี นั้น เป็นการลงโทษในอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษให้จำเลยต่ำกว่านี้ได้อีก ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่าขณะนี้บิดาของจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์จำเลย ก็เป็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของจำเลยเท่านั้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,610 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยตามบันทึกชดใช้ค่าเสียหายเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 3 นั้น ก็ปรากฏว่าบันทึกดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย การชดใช้ค่าเสียหายจึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่ใช่เป็นการบรรเทาผลร้าย จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกและไม่รอการลงโทษให้นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000920.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547